หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนกับงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนกับงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

“เบื่อ”




ในชีวิตมนุษย์เงินเดือนหรือเงินครึ่งเดือนทั้งหลาย ผมเชื่อแน่ๆว่าเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ คงเคยเกิดขึ้นกับท่านทั้งหลายไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือว่าได้รับฟังมาจากเพื่อนร่วมงานก็ตามที เป็นต้นว่า "เบื่องาน" "เบื่อเพื่อนร่วมงาน" "เบื่อเจ้านาย" ฯล เบื่อๆไปเสียทุกอย่าง มันก็แน่อยู่ดอกครับ เพราะการทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลานานๆ อาการแบบนี้ก็ต้องมีบ้างไม่มากก็น้อยแหละน่า
แต่ผมมีวิธีแก้ไขแบบไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเท่าไรนักมาให้เพื่อนๆลองพิจารณากันดูครับ คำว่า “เบื่อ” จะหายไปจากชีวิตคุณ ถ้าเพื่อนๆมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายสามารถปฏิบัติตามกฏทั้ง 10 ข้อดังต่อไปนี้ รับรองว่าชีวิตการทำงานของคุณจะมีความสุขขึ้นอีกโขเลยทีเดียว

1. “ทิ้ง” ที่ทำงานคุณต้องทิ้งปัญหาส่วนตัวไว้ที่บ้านแล้วสนุกกับงานตรงหน้า และก็เช่นกัน ที่บ้านคุณก็ต้องทิ้งเรื่องงานไว้ที่ออฟฟิศแล้วมีความสุขกับครอบครัวอย่างเต็มที่เวลาอยู่ที่บ้านเช่นกัน

2.  “สร้าง” สร้างพื้นที่ผ่อนคลายส่วนตัว  อาจจะเริ่มง่ายๆ ด้วยการจัดโต๊ะทำงานใหม่ให้มองแล้วรู้สึกผ่อนคลายที่สุด ในเมื่อเราต้องใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานอย่างน้อยตั้ง 8 ชั่วโมงต่อวันเชียวนะ

3.  “ขาด” ที่ขาดไม่ได้คือเพื่อน ก็พวกเพื่อนๆในที่ทำงานที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกันนั่นแหละ หาเวลาระบายความรู้สึกแลกเปลี่ยนกัน อาจจะมีปาร์ตี้เล็กๆหลังเลิกงาน จะช่วยลดอาการเครียดได้ดีทีเดียว

4.  “กิน” กินดีสุขภาพดี กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มากพอ พักผ่อนให้เพียวพอ เมื่อสุขภาพดี ความคิดดีๆที่สร้างสรรค์ก็จะตามมาเอง

5. “จัด” จัดระเบียบการทำงานเสียใหม่ เรียงลำดับความสำคัญ และจัดสรรเวลาในการทำงานให้ดี อย่าให้เกิดภาวะงานล้นมือ หรือสะสมเสียจนก่อให้เกิดความเครียดและเบื่องานในที่สุด

6. “เคลื่อนไหว” พยายามเคลื่อนไหวไปมาเสียบ้าง เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เลือดลมจะได้ไปเลี้ยงสมอง โดยเฉพาะคนที่ต้องอยู่หน้าจอคอมพ์ทั้งวัน ระวังโรคออฟฟิศซินโดรมถามหา 

7. “อย่า” อย่าพยายามเปลี่ยนเพื่อนร่วมงาน จงจำไว้ว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนมุมมองและวิธีตอบสนองที่มีต่อพวกเขาได้ เพราะฉะนั้นปล่อยวางซะ

8. “ให้” ให้รางวัลตัวเองบ้าง  เมื่อตั้งเป้าว่าต้องทำอะไรบางอย่างแล้วทำได้สำเร็จ ลองเติมความสุขให้ชีวิตด้วยการดูหนัง ช้อปปิ้ง หรืออะไรก็ตามที่คุณชอบถือเป็นการให้รางวัลตัวเองก็ดีนะ

9. “มอง” มองโลกแง่บวก ทกๆสิ่งทุกๆอย่างล้วนอยู่ที่มุมมองทั้งสิ้น เช่น พยายามบอกกับตัวเองว่า “วันนี้ฉันจะตั้งใจทำงานที่ฉันรัก” นั่นย่อมเป็นการสร้างกำลังใจได้ดีกว่าการคิดว่า “ทุกๆวันนี้มีแต่งานเดิมๆ”

10. “กล่าว” กล่าวคำทักทายกันในตอนเช้า ลองกล่าวทักทายทุกคนในออฟฟิศด้วยรอยยิ้ม แล้วรับคำทักทายพร้อมรอยยิ้มกลับมาเช่นกัน แล้วคุณจะพบว่าความสุขเกิดขึ้นได้ง่ายจะตายไป 

เป็นอย่างไรบ้าง 10 ข้อง่ายๆ ไม่ยากจนเกินไปที่ลองทำตามดูใช่มั้ยครับ แม้ว่าไม่สามารถจะทำได้ครบทั้ง 10 ข้อในคราวเดียว แต่เราอาจจะลองเริ่มต้นทำในข้อที่ง่ายๆเช่น การกล่าวทักทายเพื่อนร่วมงาน การเคลื่อนไหวร่างกาย การกินอาหาร เป็นต้น เพราะเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว พอเราลองปฏิบัติในข้อง่ายๆได้แล้ว ค่อยเริ่มทำในข้อที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่นานเราก็จะทำได้ครบทุกข้อโดยไม่รู้ตัว ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายได้พบกับหนทางแห่งความสุขในแบบง่ายๆ  และหายจากอาการ "เบื่อ" โดยไวด้วยกันทุกคนครับ
       
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http:// th.jobsdb.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://pantip.com

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คุณกำลังจะตกงาน...อาการมันบอก


"อะไรก็แล้วแต่ถ้าทำเป็น"งาน"แล้วไม่มีสบายหรอก" พ่อผมเคยบอกว่าอย่างนั้น มาลองคิดๆดูเห็นท่าจะจริง คุณลองสังเกตุดูสิ ถ้าอะไรที่ลองทำเล่นๆไม่จริงไม่จังนัก เรามักจะรู้สึกสนุกกับมัน และมักจะทำมันได้ดีเสียด้วย คุณเคยไปช่วยเพื่อนขายของตลาดนัดกันบ้างไหมล่ะ สนุกนะ เต็มที่ครับขายไปกินไปได้ก็ช่างไม่ได้ก็ช่างเพราะเราไม่มีส่วนได้เสียตรงนั้น ต่างกันกับเพื่อนเจ้าของร้านเครียดเกือบตายของก็ขายไม่ค่อยได้ ค่าเช่าที่ยังไม่มีจ่าย แถมยังต้องมารับรองเพื่อนอีก แต่เราก็ไม่สนใจเพราะเราขายเอามันส์อย่างเดียว หรือบางทีคุณอาจจะเคยรับอาสาทำงานอะไรช่วยเพื่อน โดยที่งานนั้นไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของเรา แต่ว่าอยากช่วยเพื่อนไง คุณก็ทำมันไปแบบสนุกสนานเพีงให้มันสำเร็จลงไป ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องตรวจสอบโดยละเอียด ไม่ต้องซีเรียสอะไรเหมือนการทำงานาของเราเอง เพราะคิดว่าไม่ใช่งานของเราๆเพียงมาช่วยเท่านั้น เพื่อนมันต้องรับผิดชอบเองสิ ผลคือทำออกมาแล้วใช้ได้มั่งไม่ได้มั่ง ทำให้เพื่อนต้องเสียเวลาอีกพักใหญ่ในการตรวจสอบและแก้ไข ทั้งสองกรณีที่ยกตัวอย่างมา ถ้าลองเป็นงานของตัวเองดูบ้างสิ คุณว่าจะสนุกออกมั้ย ?...

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณต้องทำมันเป็นงานประจำขึ้นมาแล้วล่ะก็ ผมคิดว่าความรู้สึกของคุณคงไม่ต่างจากเพื่อนผู้เป็นเจ้าของร้านและเจ้าของงานสองคนนั้น และยิ่งถ้าเป็นงานในรูปของบริษัทด้วยแล้วล่ะก็ โอ๊ย..108ปัญหาสารพันครับ ประเดประดังเข้ามาทั้งเบื่อทั้งหน่าย ทั้งเกียจคร้าน  รำคาญเจ้านาย วุ่นวายกับลูกน้อง ไหนยังต้องคอยมารบรากับเพื่อนๆอีก เฮ้อ..แค่คิดก็กลุ้มแล้ว จนในบางครั้งอาจทำให้หลายๆคนแอบคิดในใจว่า "สู้ให้...ตกงานยังดีเสียกว่าที่จะต้องมาทนทำงานแบบนี้" แล้วคุณล่ะ?เคยมีความคิดเหล่านี้แวบเข้ามาในสมองบ้างมั้ยล่ะ หรือว่าถ้ายังไม่รู้เราลองมาดูต้นเหตุแห่งอาการทั้ง 6 ที่บ่งบอกว่า "คุณมีปัญหากับการทำงานงานเข้าแล้ว"กันครับ

1.เงินเดือนและสิ่งแวดล้อมไม่ตรงใจ
ในสังคมยุคปัจจุบันคงต้องยอมรับกันว่า  เงินเดือนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำงาน ไม่ว่าใครๆก็คงอยากได้เงินเดือนสูงๆด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ ยิ่งสูงมากก็ยิ่งดี คงไม่มีใครที่ไหนบอกว่าอยากทำงานโดยไม่สนใจเรื่องเงินเดือน แต่ว่าถ้าที่ทำงานที่ว่านั้นให้เงินเดือนที่ดี  แต่ทว่าความรู้สึกกับที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานก็ตาม เจ้านายหรือลูกน้องก็ตาม หรือแม้แต่ตัวงานเองก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขหรือไม่มีความสุขก็ได้เหมือนกัน เงินเดือนอาจจะน้อยหน่อย ค่อยๆทนทำไปเดี๋ยวคงได้ปรับขึ้น แต่ด้วยสภาพแวดล้อมดีอาจทำให้คุณรู้สึกว่ามีความสุขกับการทำงานมากขึ้น แต่ถ้าเงินเดือนก็สูงอยู่แล้ว  แต่ทว่าสภาพแวดล้อมที่กล่าวมาข้างต้นยังเหมือนเดิม (คือไม่ดีนั่นแหละ) คุณคิดว่ามันจะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขกับการทำงานมากขึ้นหรือไม่ หากคำตอบคือ "ไม่" แล้วล่ะก็ ผมว่าเปลี่ยนงานเถอะครับ

2.ความภาคภูมิใจในงานไม่ค่อยมี
จงมีความภูมิใจในตำแหน่งหน้าที่การงานของคุณเอง   แม้บางครั้งตำแหน่งหน้าที่นั้นอาจไม่ได้สำคัญหรือเป็นตำแหน่งในระดับสูงสำหรับใครหลายๆคน แต่สำหรับคุณแล้วมันเป็นหน้าที่อันสำคัญและยิ่งใหญ่ และคุณก็ยินดีทำมันด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง  ดังนั้นไม่ว่างานเล็ก งานใหญ่ หรืออยู่ในส่วนไหนๆขององค์กร ถ้าเป็นงานที่คุณทำด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจแล้วล่ะก็  มันจะทำให้คุณรู้สึกสนุกและทำงานได้อย่างมีความสุขด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากงานที่คุณทำนั้นมันทำให้คุณรู้สึกว่ามันไม่เป็นประโยชน์ใดๆกับคุณเลย  มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าเสียเวลาที่ต้องมานั่งทำงานแบบนี้ด้วยล่ะก็  ผมคิดว่ายังมีงานอื่นๆที่น่าจะเหมาะกับคุณรออยู่ข้างหน้าครับ

3.ไม่ยินดีกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
องค์กรใดๆก็ตามล้วนแล้วแต่ต้องการให้บุคลากรมีการพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นด้วยกันทั้งนั้น เพราะทุกๆวันการแข่งขันยิ่งทวีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสของโลกและสังคม  ดังนั้นตัวคุณเองต้องตามติดให้ทันเพื่อประโยชน์กับตัวคุณเองรวมถึงงานของคุณด้วย คงไม่มีที่ทำงานที่ใดในโลกที่ต้องการพนักงานประเภทเงินเดือนมากขึ้นทุกปีๆ   แต่หน้าที่ความรับผิดชอบยังเหมือนตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ บริษัทส่วนใหญ่มักต้องการบุคลากรประเภทสารพัดประโยชน์  หรือประเภท ALL IN ONE มากกว่าบุคคลที่สามารถทำงานได้เพียงอย่างเดียว  เพราะการจ้างพนักงานเพียงคนเดียวแต่สามารถทำงานได้เหมือนหลายคนย่อมเป็นที่น่าปราถนากว่า  ดังนั้นหนทางแก้ไขก็คือ จงพยายามเพิ่มความรู้ ทักษะในการทำงานให้กับตัวเองให้หลากหลายมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องงานหรือไม่เกี่ยวข้องกับงานก็ดี ซึ่งบางทีมันอาจจะนำมาประยุกต์ใช้กันได้ แต่ถ้าหากคุณยังทำตัวนิ่งเฉยไม่ยอมเรียนรู้หรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ผมคิดว่าในไม่ช้าคุณคงต้องหางานใหม่แน่นอน

4.ปราศจากผลตอบรับเชิงบวกใดๆ
ในชีวิตการทำงาน ผมคิดว่าคงมีหลายๆคนรู้สึกว่าไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีเพียงพอกับการทำงานในแต่ละวันที่ผ่านไป แม้ว่าจะทุ่มเทให้กับงานเต็มที่เพียงใดแล้วก็ตาม ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้ว คนทำงานทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการเป็นส่วนสำคัญของบริษัทด้วยกันทั้งสิ้น  แต่ถ้าคุณสังเกตพบว่าการที่คุณไม่เคยได้รับคำชมเชยใดๆในการทำงาน หรือการที่คุณไม่เคยได้รับแม้กระทั่งสัญญาณจากเจ้านายแม้แต่น้อยเลยว่าคุณก็เป็นคนสำคัญคนหนึ่งของบริษัทเหมือนกัน หากพบว่ามันเป็นเช่นนั้นนั่นย่อมหมายความว่าแสงสว่างในอาชีพที่คุณกำลังทำอยู่นั้นมันช่างริบหรี่ซะเหลือเกิน

5.ทัศนคติของนายไม่เคยตรงกับเรา 
เหตุผลอันดับแรกๆของการเปลี่ยนงานก็คือ ทัศนคติไม่ตรงกับเจ้านาย ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งก็ตามทีคุณไม่เคยมีความเห็นตรงกันกับเจ้านายเลย ไม่ว่าเรื่องใดๆก็ตามคุณรู้สึกว่าเจ้านายมีแต่จะคอยขัดแย้งกับความเห็นที่คุณเสนอทุกครั้งไป เจ้านายชอบคอยจ้องจับผิด  คอยจับตามองคุณทุกฝีก้าวจนทำให้คุณรู้สึกอึดอัดที่ต้องทำงานที่นี่ เจ้านายชอบตำหนิคุณกลางที่ประชุม หรือชอบต่อว่าคุณต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน จนทำให้คุณรู้สึกอับอายขายหน้า  ผมคิดว่าวิธีเดียวที่จะหลีกหนีจากเหตุการณ์แบบนี้ได้ก็คือเปลี่ยนงานครับ

6.ความไม่เข้ากันระหว่างชีวิตกับงาน
ในบางครั้งความแตกต่างระหว่างนิสัยหรือความชอบส่วนตัวของคุณ  กับนโยบายของบริษัทที่กำหนดเป็นกฏระเบียบสำหรับพนักงานนั้นอาจขัดแย้งกัน มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณว่าจะเลือกเปลี่ยนไปตามน้ำหรือจะต่อต้านมัน แต่บางทีสิ่งที่แตกต่างมันอาจจะเป็นแค่สไตล์การทำงานที่ไม่เหมาะสมกับที่ทำงานของคุณแค่นั้นเอง หรือบางทีวัฒนธรรมบางอย่างของบริษัทมันก็ขัดแย้งกับสิ่งที่คุณเป็นซะเหลือเกิน แต่หากคุณรู้จักเปิดใจให้ยอมรับและทำตามอย่างเต็มใจปัญหามันก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันเป็นปัญหาคาใจ ที่ทำให้คุณรู้สึกต่อต้านอยู่ลึกๆ จนทำให้คุณรู้สึกอึดอัดแล้วล่ะก็ ผมว่าคุณเตรียมพร้อมหางานใหม่เลยดีกว่าครับ


สรุปคือปัญหาดังกล่าวข้างต้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทำงานทุกคน เพียงแต่ว่ามันจะมากหรือน้อยหรือรุนแรงแตกต่างกันไป มันขึ้นอยู่กับว่าใครพร้อมที่จะเผชิญหน้ารับมือและปรับตัวได้ดีกว่ากันเท่านั้นเอง และหากคุณรับมันไม่ได้จริงๆ ทางออกเดียวคงมีแต่การหางานใหม่แน่ๆครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.legaljuice.com

หัวหน้า...ตำแหน่งนี้ท่านได้มาอย่างไร ?


นอกเหนือจากเป้าหมายและนโยบายที่ยอดเยี่ยม ร่วมกับแผนการตลาดและแผนการดำเนินงานที่ดีและการมีเทคโนโลยีหรือเครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัยในการผลิตแล้ว คงต้องยอมรับกันว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญอีกอย่างของการดำเนินธุรกิจให้ราบรื่นนั้นคือ "บุคลากร" บริษัทจะมีผลกำไรหรือไม่อย่างไรก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถในการดึงเอาความสามารถของบุคลากรเหล่านั้น ออกมาใช้ให้เต็มกำลังของบรรดา "ผู้บริหาร" ทั้งหลายนี่แหละครับ ถึงแม้ว่าทุกๆอย่างข้างต้นจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทั้งหมดแต่ถ้า "ผู้บริหาร" ไม่สามารถจัดการให้ "บุคลากร" เดินไปในทิศทางเดียวกันกับแนวทางของบริษัทได้แล้วล่ะก็ อนาคตของบริษัทก็คงไม่ต้องทำนายว่าจะจบลงเช่นใด แล้วผู้บริหารคือใครและมีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไร ? เราลองมาดูกันครับ

"ผู้บริหาร" ในที่นี้หมายถึงผู้ที่มีความรับผิดชอบใหญ่ๆแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้คือ
1. direction-ผู้บริหารคือผู้ที่มีหน้าที่ในการสร้างวิสัยทัศน์และแนวทางที่ชัดเจน
2. motivation-ผู้บริหารคือผู้ที่สามารถสร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นทีมงานได้
3. organization-ผู้บริหารคือผู้ที่สามารถบริหารจัดการทั้งทีมงานและควบคุมการเดินทางไปสู่ความสำเร็จได้

นอกจากนั้น"ผู้บริหาร"ยังอาจแบ่งแยกตามหน้าที่ความรับผิดชอบและขอบเขตการทำงานได้ดังนี้
1.ผู้บริหารระดับสูง หมายถึง ประธานกรรมการจนไปถึงกรรมการผู้จัดการหรืออาจเรียกว่าผู้ริเริ่มก่อตั้งองค์กรก็เป็นได้ มีหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจแผนการระยะยาวที่เกี่ยวกับทิศทางโดยรวมขององค์กร กำหนดวัตถุประสงค์ นโยบายและกลยุทธ์ แนะนำทางการจัดการในสิ่งต่างๆทั้งหมดที่ได้กำหนดไว้
2.ผู้บริหารระดับกลาง หมายถึง ผู้อำนวยการ หัวหน้าศูนย์ ผู้จัดการแผนก หรือหัวหน้าสายงาน มีหน้าที่ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ประสานงานระหว่างผู้บริหารระดับสูง เพื่อกำหนดนโยบายให้ผู้จัดการระดับล่างได้นำแผนงานไปปฏิบัติ
3.ผู้บริหารระดับล่าง หมายถึงหัวหน้าแผนกหรือหัวหน้างาน มีหน้าที่ทำตามนโยบายที่ผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางกำหนดไว้   ทำการตัดสินใจระยะสั้นในการดำเนินงานช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับทีม สร้างแรงจูงใจและสามารถรับผิดชอบแทนผู้ที่อยู่ในแผนกของตนได้

แต่บุคคลที่จะขอกล่าวถึงในบทความนี้ก็คือ ผู้บริหารระดับล่างหรือว่าระดับหัวหน้างานนั่นแหละครับ เพราะผู้บริหารระดับล่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพนักงานคนหนึ่งซึ่งยังคงต้องทำงานและบริหารงานเล็กๆน้อยไปด้วย คนเหล่านี้จึงมีความใกล้ชิดกับพนักงานระดับปฏิบัติการมากกว่าผู้บริหารระดับอื่นๆ สามารถควบคุมการปฏิบัติงานได้ใกล้ชิดกว่า สามารถติดตามงานได้รวดเร็วกว่า เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจครับว่าทำไมหลายบริษัทจึงมีหัวหน้างานประเภทนี้เป็นจำนวนมาก  แต่การที่จะได้มาซึ่งหัวหน้างานนั้นแต่ละบริษัทคงมีวิธีการคัดสรรด้วยวิธีการและเงื่อนไขต่างๆกัน วันนี้ผมก็จะขอพูดถึงวิธีการให้ได้มาซึ่งหัวหน้างานตามประสบการณ์ของผมที่ได้พบเห็นมาจากชีวิตการทำงานของผมในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งคุณๆหลายคนก็อาจจะเคยประสบพบเจอด้วยตนเอง หรือว่า ณ ปัจจุบันหลายๆท่านก็ยังคงปฏิบัติงานร่วมกับหัวหน้างานที่ได้มาจากขั้นตอนการคัดสรรเหล่านี้บ้างอยู่ก็เป็นได้

1.หัวหน้างานที่ได้ตำแหน่งมาจาก วิธีการคิดและวิธีการสร้างโอกาสของเขาเอง การประจบสอพลอนายจนได้ดียังคงมีให้เห็นในทุกๆองค์กร
2.หัวหน้างานบางคนได้ตำแหน่งมาเพราะบุญหล่นทับ อาจจะด้วยสาเหตุที่หัวหน้างานคนเดิมล้มหายตายจาก หรือลาออกไป ทำให้ตำแหน่งว่างตนเองก็เลยได้ครองตำแหน่งนั้น
3.หัวหน้างานบางคนได้ตำแหน่งมาเพราะว่าความอาวุโสในการทำงาน คืออยู่มานานกว่าคนอื่นๆว่างั้นเถอะ องค์กรอาจจะเห็นว่ามีประสบการณ์ก็เลยยกให้เป็นหัวหน้า
4.หัวหน้างานบางคนได้ตำแหน่งมาด้วยอำนาจบารมีของผู้อื่นหนุนส่ง ทั้งๆที่ความจริงแล้วผลงานที่ทำไว้ก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง
5.หัวหน้างานบางคนก็ได้ตำแหน่งมาตามกำหนดวาระที่ควรได้ ไม่ต้องสนใจว่าการทำงานเป็นอย่างไร ถึงเวลาตำแหน่งก็ขยับเหมือนกับงานราชการ
6.หัวหน้างานบางคนไต่เต้าจากความสามารถในการปฏิบัติงาน พวกเขามาจากความสามารถล้วนๆใช้ระยะเวลาในการสั่งสมประสบการณ์และทักษะในการทำงานนานพอสมควร จนผู้บังคับบัญชาไว้เนื้อเชื่อใจจึงมอบหมายตำแหน่งให้ 

เท่าที่พอจะนึกออกก็น่าจะมีประมาณนี้ครับ แต่อย่างไรก็ตามการเลื่อนตำแหน่งหรือได้ตำแหน่งมาจาก วิธีการที่1-5ข้างต้นนั้น (ยกเว้นหัวหน้างานที่มาจากข้อ 6 แต่ทว่าการที่องค์กรจะหาบุคคลประเภทนั้นได้เป็นเรื่องที่ยากพอสมควรอาจจะมีแค่หนึ่งในร้อยก็เป็นได้) นั่นเป็นสาเหตุให้องค์กรมักจะได้หัวหน้างานที่ขาดความสามารถเสียเป็นส่วนใหญ่ และอาจส่งผลกับการทำงานในระยะยาว หากหัวหน้างานนั้นๆไม่รู้จักปรับตัวหรือปรับกลยุทธ์ใหม่ในการบริหารจัดการกับทีมของตน
ในการเลื่อนตำแหน่งหรือได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นนั้น หัวหน้างานที่ได้รับเลือกจำเป็นจะต้องมีความสามารถในการปฏิบัติงานและมีพื้นฐานบารมีพอสมควรจึงจะสามารถนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จได้ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือบุคคลที่เป็นผู้มีอำนาจในการคัดสรร หรือกำหนดตัวบุคคลที่จะก้าวมาเป็นหัวหน้างานได้นั้นจำเป็นจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สามารถมองคนที่ตนจะมอบหมายตำแหน่งนั้นให้ออกและที่สำคัญต้องสามารถควบคุมได้ด้วยหากเกิดปัญหา

ในส่วนของผู้ที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งหรือเลื่อนสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้นั้น ควรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย มีความรู้ความสามารถในงานส่วนที่รับผิดชอบเป็นอย่างดี รู้จักการใช้ชีวิตบนพื้นฐานที่มีความแตกต่างหลากหลายของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างมีศิลปะ รู้จักอ่อนน้อมในสถานการณ์ที่ควรและเข็มแข็งตามสภาพสถานการณ์ที่บังคับ พูดง่ายๆก็คือต้องรู้จักเล็กให้ได้ และก็ต้องใหญ่ให้เป็น ถ้าหัวหน้างานทุกท่านทำได้แบบนี้รับรองครับว่าได้ใจทั้งเจ้านายและลูกน้อง แน่นอน สุดท้ายขอยินดีกับผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่อันยิ่งใหญ่ทุกๆท่าน ขอให้มีความสุขและสนุกกับการปฏิบัติงานในทุกๆวันของการเป็นหัวหน้างานครับ...

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.linkedin.com

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ลูกน้อง...มองผ่านนาย


สวัสดีผู้อ่านทุกๆท่านครับ เมื่อครั้งก่อนผมได้เขียนเรื่องราวของหัวหน้างานประเภทต่างๆไปแล้วในหัวข้อ "หัวหน้า...ตำแหน่งนี้ท่านได้มาอย่างไร" สำหรับคนเป็นลูกน้องใช้มองเจ้านายหรือผู้บังคับบัญชาของท่าน แต่คราวนี้ผมจะมาเล่าต่อถึงประเภทต่างๆของลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา ในหัวข้อ "ลูกน้อง...มองผ่านนาย" เพื่อให้หัวหน้างานได้ใช้พิจารณาแยกประเภทลูกน้องของท่านดูบ้างครับ หลายๆท่านซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้างานก็ต้องเคยผ่านการเป็นลูกน้องมาบ้างไม่มากก็น้อย และอีกหลายๆท่านที่เริ่มงานด้วยการเป็นลูกน้อง จวบจนเวลาล่วงเลยผ่านจนถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นลูกน้องอยู่ดี (ด้วยอาจจะยังไม่มีโอกาสได้ขยับขยายหรือว่ายังไม่มีใครยอมโยกย้ายหรือล้มหายตายจากให้ตำแหน่งมันว่างลงก็ดี) แต่ในบทความที่จะนำเสนอ ณ ที่นี้ไม่ว่าคุณจะเป็นหัวหน้างานหรือลูกน้องก็ตามที เอาเป็นว่าผมอยากให้คุณๆลองอ่านบทความนี้ดูก่อน แล้วค่อยสรุปว่าตัวคุณเองเป็นลูกน้องหรือเคยเป็นลูกน้องในประเภทไหนกันบ้าง (ข้อมูลส่วนนี้ผมได้มาจากข้อเขียนของ DJ.Arsis Peter ซึ่งเขียนเอาไว้ได้เจ็บๆคันๆดีเหมือนกัน เห็นแล้วอดไม่ได้ต้องนำมาขยายความต่อ ขอขอบคุณข้อมูลดีๆไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับเอาล่ะ..เรามาว่ากันไปเป็นข้อๆเลยครับ

1.ลูกน้องแบบซื่อๆตรงไปตรงมา ใช้ให้ทำอะไรก็ทำ ไม่เคยมีคำถามไม่มีข้อสงสัย ใช้ก็ทำไม่ใช้กรูก็ไม่ทำ ตรงไปตรงมาจริงๆครับลูกน้องแบบนี้...เฮ้อ

2.ลูกน้องแบบทำงานเอาหน้า เวลานายไม่อยู่ไม่เคยสนใจงาน แต่ต่อหน้านายทำทุกอย่างและส่วนมากมักใช้ปากทำงานไปด้วย ประจบประแจงเลียแข้งเลียขาจนเจ้านาย(บางคนนะครับ)หลงคิดว่าทำงานดี แต่หารู้ไม่ นายไม่มา ขาไม่กระดิก มือเป็นง่อย คอยงานเบา พอนายมามือไม่ว่างจับงานตลอด ลูกน้องแบบนี้ต้องดูกล้องวงจรปิดแบบไม่ให้รู้ตัว ดูซิว่าตอนนายไม่อยู่มันทำอะไร..555

3.ลูกน้องแบบมีสมองรู้จักหน้าที่ เห็นงานตรงไหนที่มันเป็นหน้าที่ ถึงนายไม่ใช้กรูก็จะทำ เพราะสามารถคิดเองได้ว่าควรทำ หรือไม่ควรทำ สามารถคิดตัดสินใจเองได้ ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังเจ้านาย แต่ข้อเสียคือลูกน้องแบบนี้ เจ้านายมักไม่ค่อยเห็นว่าทำงาน เพราะโดนไอ้พวกลูกน้องในข้อก่อนหน้านี้แย่งงานไปทำต่อหน้านายจนหมด มักไม่ค่อยเสนอหน้าเอาความดี ลูกน้องพวกนี้ต้องคอยดูกล้องวงจรปิดเช่นกัน ท่านจึงจะเห็นว่าเค้าทำอะไรบ้าง...

4.ลูกน้องแบบสักแต่ว่าทำไม่สนใจว่างานจะเป็นอย่างไร ทำมันไปลวกๆ แค่ขอให้ได้ชื่อว่าทำแล้ว ลูกน้องแบบนี้ ต้องได้ใช้งานซ้ำสอง ซ้ำสาม กว่าจะได้ผลงานที่ดี ลูกน้องแบบนี่มีไว้เหนื่อยใจ แต่ก้อไม่ถึงกับเสียหายมากนัก ถ้าคุณยังพอมีแรงสั่งก็สั่งต่อไปเหอะ ยกเว้นมันไม่ไหวจริงๆ...

5.ลูกน้องแบบรู้ล่วงหน้ามีญาณทิพย์ ไม่ต้องสั่งก็เ_ือกทำ ทำจนเกินหน้าที่ เอาดีเข้าตัว หวังดีไปหมดคิดบริหารงานช่วย จนถึงขนาดไปสั่งคนอื่นแทนเจ้านาย ตั้งตนเป็นหัวหน้าซะเอง ตีสนิทเจ้าน้ายให้เพื่อนร่วมงานเห็นว่าตนกับเจ้านายมีความใกล้ชิดสนิทสนม จนกล้าสั่งเพื่อนร่วมงานโดยอ้างว่าเจ้านายสั่ง ยกหางชูคอ ตีตนเสมอท่าน หันดูข้างๆบ้างสิคุณมีลูกน้องแบบนี้อยู่หรือปล่าว?...

6.ลูกน้องแบบปัดความรับผิดชอบ สั่งงานแล้วไม่ทำอ้างเหตุผลร้อยแปด ขี้เกียจทำงาน หนักไม่เอา เบาไม่สู้ แต่เงินเดือนอยากได้ดีๆ เห็นงานเดินหนี บอกว่ามีงานต้องทำ แต่ปล่าวหรอกแค่ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ จะได้ไม่โดนใช้งาน ถ้ามีลูกน้องแบบนี้ทางที่ดีอย่าเลี้ยงไว้เปลืองเงินเดือนดีกว่า... 

เป็นอย่างไรบ้างครับท่านหัวหน้างานทั้งหลาย นั่นเป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของบรรดาลูกน้องของท่านเท่านั้น หัวหน้างานบางท่านอาจจะพบเจอมามากกว่าผมก็ช่วยกรุณาช่วยเพิ่มเติมให้ด้วยครับ ดังนั้น ท่านหัวหน้างานทั้งหลายครับ ท่านควรจะต้องรับรู้ไว้ว่าลูกน้องของท่านจัดอยู่ในประเภทใดบ้าง อย่ามัวแต่หลับหูหลับตามองเพียงแค่สิ่งที่เห็นตรงหน้า หรือฟังแต่ข้อความบอกต่อกันมา ท่านต้องลงมาดู มารับรู้ความเป็นไป และการทำงานของลูกน้องของท่านด้วยตัวท่านเองบ้าง อย่างเปิดใจและเป็นกลาง ถ้าทำได้เช่นนั้นแล้วผมเชื่อได้เลยว่า กิจการงานของท่านจะต้องสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน ด้วยการเลือกคนทำงานให้ถูกอย่าง ถูกความสามารถ ถูกหน้าที่และถูกเวลา ขอให้หัวหน้างานทุกท่านโชคดีมีลูกน้องในประเภทที่ต้องการก็แล้วกันครับ.. 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก DJ.Arsis Peter
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.oknation.net

ใช้คนให้ถูกทาง...เลือกลูกจ้างตามราศี 1

ท่านนายจ้างและหัวหน้างานทั้งหลายครับ ตามที่เราเคยเรียนรู้ได้ยินได้ฟังและปลูกฝังกันมาตั้งแต่โบราณ สูตรลับความสำเร็จอย่างหนึ่งของกิจการงานใดๆทั้งปวง นั่นคือการเลือกใช้คนให้เหมาะกับงานหรือว่าการหางานที่เหมาะกับคนๆนั้นให้เขาทำ ซึ่งจะเกิดผลดีต่องานนั้นๆมากกว่าการที่จะพยายามให้เขาทำงานที่ไม่ถนัด ซึ่งนอกจากจะไม่เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่คาดไม่ถึงอีกด้วย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครคนใดมีความถนัดเรื่องใดๆเป็นพิเศษหรือไม่ควรจะมอบหมายงานอะไรให้เขาดูแล นอกจากวิธีการสังเกตุเป็นรายบุคคลและการมอบหมายงานบางอย่างเพื่อให้เขาเหล่านั้นได้ทำการทดลองทำ แล้วเราค่อยมาสรุปผลอีกทีว่าเขาทำได้หรือไม่ได้เหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไร และแน่นอนว่าขั้นตอนเหล่านั้นต้องใช้ระยะเวลานานและต้นทุนในการทดลองเป็นอันมาก ถ้าไม่มีเวลาและต้นทุนมากพอผมขอแนะนำให้อ่านบทความด้านล่างนี้ครับ เป็นบทความทางโหราศาสตร์แบบโบราณด้วยการพิจารณาความถนัดส่วนบุคคลคนตามลัคนาราศีเกิด ซึ่งผมอ่านเจอบนอินเทอร์เนทและเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ซึ่งตัวผมเองก็ไม่มีความรู้ทางด้านนี้เหมือนกัน จึงขออนุญาติคัดลอกมาเผยแพร่เผื่อจะเป็นแนวทางเบื้องต้น ในการเลือกใช้คนให้เหมาะกับงานหรือวางงานให้เหมาะกับคนของท่านเจ้าของกิจการและหัวหน้างานทั้งหลายได้บ้างไม่มากก็น้อย  
ในภาคแรกนี่ก็จะขอกล่าวถึงลักษณะของลูกจ้างตามลัคนาราศีเกิดตั้งแต่ ราศีมังกร ราศีกุมภ์ ราศีมีน ราศีเมษ ราศีพฤษภและราศีมิถุน ก่อนครับว่าราศีใดมีอุปนิสัยอย่างไร มีความถนัดและไม่ถนัดเรื่องใดและงานใดๆที่เขาสามารถทำได้ดีหรือไม่ควรมอบหมายให้ทำ และนายจ้างหรือหัวหน้างานควรปฏิบัติอย่างไรต่อบุคคลเหล่านั้น แต่ในที่นี้ไม่ว่าท่านจะเป็นเจ้าของกิจการ หัวหน้างานหรือปัจจุบันเป็นลูกจ้างก็ดี อยากให้ลองอ่านบทความด้านล่างแล้วพิจารณาดูนะครับว่าการทำงานของท่านที่ผ่านมาขณะยังเป็นลูกจ้างนั้น มันเป็นจริงตรงตามที่ศาสตร์แห่งโหรเขาว่าไว้หรือไม่ ตรงไม่ตรงอย่างไร จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามแต่ใจ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรมาใช้อ้างอิง จริงมั้ยครับ?


ลูกจ้างราศีมังกร (16 มกราคม-12 กุมภาพันธ์)

คำจำกัดความ "ไม่ว่าปีใดๆก็ตาม ขี้กังวล หวาดระแวง เก็บตัว กระเหม็ดกระแหม่ในการใช้เงิน อดทนและหาตัวจับยาก" 
งานใดๆก็ตามที่ต้องการความละเอียดถี่ถ้วนจริงๆแล้ว มอบให้ลูกจ้างชาวราศีมังกรรับทำแล้วจะหายห่วงไปได้ ถ้าเป็นนักแกะพระ เขาจะพิถีพิถันในลวดลายที่วางแบบไว้อย่างระมัดระวัง อาจจะละเอียดยิบไปกว่าแบบที่ให้ก็ได้ แต่มันอาจจะต้องเสียเวลา เพราะว่าเขาจะช้าจนเหมือนทองไม่รู้ร้อนไปก็ได้ งานใดๆที่ต้องการความรับผิดชอบ ชนิดไม่เลือกพระเลือกเณร ไม่เลือกว่าใครเป็นใครก็ควรจะมอบให้เขา เพราะเขาจะทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ยอมให้ใครแหลมเข้าไปได้อันขาด และถ้าเป็นงานที่ต้องการใช้กำลัง ควมอดทนและวิริยะอุตสาหะ ก็มอบให้เขาได้เช่นเดียวกัน เพราะเขาจะไม่บ่นต่องานที่รับทำ ในขณะที่คนอื่นอาจจะรับทำไปแล้วก็บ่นไป หรือทำให้มันผ่านไปอย่างขอไปที ลูกจ้างชาวราศีมังกรจะไม่ทำเช่นนั้น 
เขาไม่ได้ถือว่าเป็นลูกจ้างหรือเป็นทาสที่ต้องซื่อสัตย์ แต่เขาถือว่าเขาจะต้องรับผิดชอบหรือถือว่ามันเป็นหน้าที่ที่เขารับมาแล้วด้วยตัวเขาเอง และการยินยอมของตัวเขาเอง เขาก็จะต้องรับต้องทำไปจนกว่าจะหมดภาระหน้าที่ ไม่มีอะไรอื่น บางคนมักจะคิดว่าเขาโง่ เพราะเขาไม่ชอบพลิกแพลงซิกแซ็กเอาสะดวกสบายหรือเอาผลประโยชน์จากงานที่เขาทำ ทั้งๆที่เขาอาจจะทำได้ ลูกจ้างชาวราศีมังกรไม่เคยอู้ เพียงแต่ว่างานของเขาอาจจะช้า หรือไม่ทันใจเท่านั้น ผลประโยชน์หรือเงินเดือนรายได้ เขาจะไม่มีวันขอขึ้นหลังจากที่เขาได้ตกลงครั้งแรกแล้ว เขาจะทำงานไปเรื่อยๆ ทำไปจนกระทั่งเขาจะรู้สึกว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว เขาก็จะสลัดเท้าออกจากงานนั้นทันที แทนที่เขาจะบอกว่าเขาจะต้องการเงินเดือนขึ้นหรือขอค่าแรงเพิ่มขึ้นด้วยตัวของเขาเอง เขาถือว่ามันเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่จะต้องเข้าใจ และตอบแทนการกระทำของเขาตามที่เห็นว่าเหมาะสม 
เขาไม่พูดในทุกเรื่องทุกสิ่งทุกอย่าง แม้ว่าจะตำหนิวิจารณ์นายจ้างหรือคนอื่น ไม่ว่าในวงงานของเขาจะเลอะเทอะหยำเปเพียงไรก็ตาม หรือมีคนหลายพวกหลายประเภทเพียงไรก็ตาม เขาทำอยู่ด้วยได้และร่วมงานกับทุกคนได้เป็นอย่างดี เพราะว่าเขาจะไม่พูด เขาจะไม่แส่หาเรื่องหรือไม่ยอมเอาเปรียบใคร ตรงกันข้ามเขาจะกลายเป็นผู้นำ หรือเป็นผู้เสียสละในการทำงานให้คนอื่นเห็น จนกระทั่งคนอื่นๆต้องเกรงใจเขาไปเอง   เขาเกลียดต่อการเอารัดเอาเปรียบและการกดขี่ข่มเหงคนอื่นด้วยความไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้น นายจ้างจะต้องระมัดระวังให้มากในการปฏิบัติต่อเขาในเรื่องความยุติธรรมหรือการเอารัดเอาเปรียบ 
ลูกจ้างบางคนบางราย อาจจะแสวงหาความดีความชอบจากเจ้านายด้วยการเข้าใกล้หรือคอยรับใช้ เพื่อความเมตตาเอ็นดู แต่ลูกจ้างชาวราศีมังกรจะไม่ทำเช่นนั้น ตรงข้ามจะถอยห่างและพยายามอยู่ห่างให้มากที่สุด เขาจะพิสูจน์ทุกสิ่งด้วยการทำงานของเขา หรือโดยหน้าที่ของเขา ถ้าหากว่านายหรือผู้บังคับบัญชามองไม่เห็น เขาจะถือว่านายจ้างรายนั้นเป็นคนไม่มีราคาน่าคบอะไรสำหรับเขา แต่เขาก็ทำต่อไปทั้งๆที่เขาอาจจะไม่มีวันได้ดิบได้ดีอะไรเลย เขาจะทำต่อไปจนกระทั่งเขาหมดความอดทน หรือรู้แน่ว่าขืนทำต่อไปก็ตาย ตอนนั้นแหละเขาก็จะเซย์กู๊ดบายทันที ไม่มีการต่อรอง ไม่มีการขอร้องอ้อนวอนใดๆทั้งสิ้น แต่ถ้าหากเขาพบว่า นายจ้างคนใดมีบุญคุณกับเขา เจ็บไข้ได้ยาก ได้ให้ความช่วยเหลือเขาในยามทุกข์แม้แต่เพียงแสดงน้ำใจให้เขาเห็นเท่านั้นเอง เขาจะถือว่าเป็นบุญคุณอย่างใหญ่หลวง และถือว่าเป็นนายจ้างที่ใจถึงพอที่เขาจะคบได้ เขาจะไม่มีวันจากและไม่มีวันถอย ต่อให้นายจ้างเขาหมดตัว หรือต้องทำงานฟรีเป็นแรมเดือน เขาจะอดด้วยกันกินด้วยกันและตายด้วยกันได้ และพร้อมที่จะแบกทุกข์ของนายจ้างเท่าๆกับทุกข์ของตัวเอง 
ยกเว้นไว้เสียแต่ว่า เขาจะเป็นลูกจ้างชาวราศีมังกรในด้านลบ ซึ่งเขาจะไม่เคยรู้จักบุญคุณใคร และไม่เคยซื่อกับใคร นอกจากหลอกลวงและทำลายเท่านั้น และก็แน่นอน ถ้าหากใครได้ลูกจ้างชาวราศีมังกรในด้านลบ ก็เห็นจะเป็นกรรมเท่านั้น แต่มันก็แก้ได้ กรรมชนิดนั้นคือไม่ต้องจ้างกันให้เสียเวลาเท่านั้นก็พอ! 


ลูกจ้างราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์-13 มีนาคม)

คำจำกัดความ "เชื่องช้าแต่รอบคอบ ชอบการเปลี่ยนแปลง คนราศีนี้อ่านใจคนเก่ง พอๆกันกับที่ปรับตัวเก่งและมีมนุษยธรรมสูง"
เขามีความเป็นกันเองและเปิดเผยในหมู่เพื่อนร่วมงาน เพราะฉะนั้นในสถานที่ที่เขาเข้าไปทำงาน จึงจะไม่มีบรรยากาศที่เคร่งเครียดยุ่งยากอะไร เขามักจะมีเรื่องที่จะพูดจะคุยให้สนุกสนานอยู่เสมอ และงานที่เขาได้รับมอบหมาย ถ้าหากมันต้องกับนิสัยเขาแล้ว เขาจะไม่เอาเปรียบนายจ้างเพราะเขาถือว่าเขาทำเพราะความชอบพอในงานนั้นไม่สำคัญว่ามันจะเป็นงานของใคร ส่วนงานประจำ ถ้าจะมอบให้เขาต้องมอบให้เป็นชิ้นๆ ให้เขาทำเสร็จไปชิ้นหนึ่งๆที่เขาได้รับมอบหมาย เขาจะทำได้อย่างดี ลูกจ้างชาวราศีกุมภ์ไม่เหมาะสำหรับงานที่ไม่ใช้หัวคิดและสติปัญญา งานอะไรก็ตามที่เขามีโอกาสได้ใช้ความคิดหาวิถีทางหรือใช้สติปัญญาบ้างแล้ว จะเป็นงานที่เขาทำได้ดีมากกว่า อีกอย่างงานนั้นจะต้องไม่ซากซ้ำจำเจอยู่วันแล้ววันเล่า ถ้าให้เขาเปลี่ยนบ่อยๆ หรือให้เขาได้เปลี่ยนสถานที่ไปบ้าง ไม่ให้เบื่อแล้ว งานของเขาจะไปได้ดีที่สุด 
เขาจะไม่งอแงมากนักกับนายจ้าง ถ้าหากนายจ้างจะไม่แสดงความเอารัดเอาเปรียบกับเขามากจนเกินไป เขาจะทนไม่ได้กับการเอารัดเอาเปรียบหรือปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่ใช่คน หรือด้วยความไม่เสมอภาค เขาจะดูถูกและรังเกียจเจ้านายที่เห็นแก่ตัวอย่างเข้ากระดูกดำ ทั้งๆที่เขาเองไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าข้อตกลงก็ตาม แต่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบการกระทำของนายจ้างในทางที่ไม่ทำกันอย่างมนุษย์ที่มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เขาจะไม่ถือว่าใครเป็นลูกจ้างหรือใครเป็นนายจ้าง แต่จะถือว่าคนเราจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างหรือลูกจ้าง มันจะต้องพึ่งกัน เพราะฉะนั้นเงินหรือการออกแรงทั้งของนายจ้างและลูกจ้างไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะเอามาตัดสินในการทำงาน แต่เอาหลักการช่วยเหลือกันมาเป็นเครื่องมือสำหรับตัดสิน 
และอย่าไปคิดว่าเขาจะง้องาน หรือหงอกับนายจ้าง ถึงแม้ว่าเขาจะหัวเราะร่วนหรือเป็นกันเองกับทุกคนก็ตาม ถ้าหากว่าเขาเกิดความรู้สึกไม่ต้องใจต้องตาขึ้นมาแล้ว เขาจะระเบิดออกมาทันที ดีไม่ดีเขาจะรวมหัวกับพรรคพวกสไตรค์เอาง่ายๆเสียด้วยซ้ำ และเขาจะยอมอะไรไม่ได้ง่ายๆ แม้ว่าเขาอาจจะชนะ แต่นายจ้างประเภทนั้นเขาก็จะเหยียบแผ่นดินร่วมกันต่อไปไม่ได้ เขาจะหนีทันที และแม้แต่เขาจะอดตายหรือไม่มีจะกินเขาก็จะไปเผชิญกับโชคเคราะห์เอาข้างหน้า 
ชีวิตของลูกจ้างชาวราศีกุมภ์จึงเป็นชีวิตที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวเลว ชะตาชีวิตของเขาจะหกๆคว่ำๆและไม่แน่นอนอยู่เสมอ เนื่องจากความไม่พอใจต่อสิ่งแวดล้อมหรือการกระทำของนายจ้างแต่ละคนที่เขาเข้าไปทำงานอยู่ด้วย เขาจะเลิกเขาจะเริ่มและแสวงหาแนวทางเรื่อยไปจนกว่าเขาจะพอใจและจนกว่าเขาจะเป็นตัวของเขาเองขึ้นมาได้ มีน้อยคนนักสำหรับลูกจ้างชาวราศีกุมภ์ที่จะทำงานเป็นลูกจ้างคนอื่นได้ตลอดไป เพราะธรรมชาติที่แท้จริงของเขานั้นก็คือการเป็นตัวของตัวเอง ต้องการอิสระและไม่ยอมขึ้นกับใคร เพราะฉะนั้นระหว่างรายได้กับอิสรภาพแล้ว เขาจะเลือกอิสรภาพและไม่ยอมเป็นลูกน้องใครดีกว่า แม้ว่าเขาจะไม่มีกินหรือไม่พอกินเลยก็ตาม แต่เขาก็มีทางที่จะเลือก มีอาชีพที่จะทำ สมองของเขาเต็มไปด้วยปัญญาและความคิด เขาอาจจะหัวเราะเยาะใส่หน้านายจ้างเก่าของเขาได้ในวันหนึ่งข้างหน้าแน่นอน!!!!!


ลูกจ้างราศีมีน (14 มีนาคม-12 เมษายน)

คำจำกัดความ "ใฝ่รู้ ช่างคิดฝัน เต็มไปด้วยจินตนาการ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และมีความซื่อสัตย์สุจริต อย่างหาตัวจับได้ยาก"
ตามปกติคนราศีมีนนั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อจะเป็นลูกจ้างใครได้นานนัก เขาจะแสวงหาทางของเขาเองหรือพยายามหาที่ยืนของเขาเองในชีวิต ด้วยการเรียนรู้และด้วยการแสวงหาประสบการณ์จากที่โน่นที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเขาพบแล้วเขาก็จะไปหาของเขาเอง หรือไปทำกินของเขาเองโดยไม่ยอมเป็นลูกจ้างใครได้ ถ้าเขาต้องมาเป็นลูกจ้าง เขาจะทำงานไปเรื่อยๆ ในสิ่งที่เขาคิดว่าเขาจะได้เรียนรู้ หรือที่มันจะเป็นประโยชน์แก่การทำมาหากินของเขาในอนาคต เขาจะเปลี่ยนงานทันทีถ้าเขาเกิดความไม่พอใจขึ้นมาหรือมองเห็นไปว่านายจ้างของเขาไม่ใช่ผู้ใช่คน กักขฬะหยาบช้า หรือไม่มีน้ำใจจนเกินไป เขาจะทนไม่ได้กับนายจ้างประเภทบ้าๆเหล่านั้น หรือนายจ้างที่ใช้เงินเป็นพระเจ้า เห็นคนไม่เป็นคน เพราะเขาถือว่าเขาไม่ใช่คนที่จะเกิดมาเพื่อเป็นทาสของใคร เขาต้องการพูดต้องการแสดงออกอย่างที่คนต่อคนจะพูดหรือจะแสดงออกต่อกัน และเขาจะไม่ยอมทน ถ้าหากว่างานนั้นไม่ได้ช่วยให้เขาเกิดความเฉลียวฉลาดขึ้นหรือได้ความรู้อะไรเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา 
จึงไม่แปลกเลยที่ลูกจ้างชาวราศีมีนอาจจะเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย เขาจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างให้เท่าเทียมคนอื่น แม้ว่าจะไม่สามารถเรียนได้อย่างมีหลักเกณฑ์ เขาก็จะเรียนมันด้วยตนเอง เขาเป็นลูกจ้างที่ไม่เหมาะสำหรับการซื้อขายหรือเป็นเซลส์แมน เพราะเขาไม่สามารถจะโกหกใครหรือคิดว่าแสวงหาประโยชน์ต่อใครได้ ไม่สามารถจะเอาเปรียบใครได้ หรือรู้สึกไปว่าตนพยายามขูดรีดหากำไรจากคนอื่นอย่างผิดศีลผิดธรรม เพราะฉะนั้นเขาจึงเหมาะสำหรับงานในห้องแล็บหรืองานรับผิดชอบทางด้านดูแลรักษาหรือวิเคราะห์วิจัย เขาไม่สามารถที่จะเป็นนักขายประกัน แต่เขาจะมีความชำนาญอย่างยิ่งในการสอนวิชาขายประกันให้แก่คนอื่น
ในการโต้แย้งกับนายจ้างหรือมีข้อพิพาทกับนายจ้าง เขาจะไม่ยอมเข้าไปโต้เถียงแต่เขาจะวางแผนหรือหาวิธีการทุกอย่างให้พรรคพวกของเขาออกหน้าทำแทนเขาทุกอย่าง เขาจะปกปิดการกระทำทุกอย่างของเขาไว้เป็นความลับและจะไม่ยอมโอ้อวดเป็นอันขาดว่าความสำเร็จ บางอย่างเป็นงานที่ทำมาจากความคิดและสมองของเขา ตรงข้ามเขาจะภูมิใจอยู่เงียบๆ คนที่เขาให้การสนับสนุนและช่วยเหลือนั้นสามารถทำงานแทนเขาได้หรือทำได้อย่างดีในแผนที่เขาวางไว้ น้อยคนนักที่จะตามทันเขาในเรื่องความคิดความอ่านและในการวางแผน แม้แต่ขณะที่นายจ้างกำลังเจรจากับคนงานแทบหาทางออกไม่ได้อยู่นั่นเอง แต่ถ้านายจ้างมาถามว่าจะแก้ปัญหาสถานใดก็ตาม เขาจะตอบได้และให้คำแนะนำได้ทันที เขาจะต้องให้ปัญหามันจบลงอย่างไม่มีความรุนแรง เพราะเขาไม่ชอบความรุนแรง แต่เขาก็ไม่เห็นด้วยต่อการเอารัดเอาเปรียบของนายจ้าง 
เพราะฉะนั้นชีวิตของลูกจ้างชาวราศีมีน ไม่น้อยครั้งเขาจะให้บทเรียนอย่างที่เขาจะต้องจดจำไปนานเสมอแก่นายจ้างด้วยวิธีการอันเงียบงำเหมือนน้ำนิ่งไหลลึกของเขา และเมื่อถึงวันหนึ่งเขาก็จะลาจากไป เขาจะไปหาอาชีพของเขาเองไปทำมาหากินของเขาเอง เขาอาจจะไปนั่งเป็นหมอดูอยู่สนามหลวงคุยกับชาวบ้านเพลินๆไปวันๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ดีกว่าที่จะมาเป็นลูกจ้างเพื่อให้เกิดความรำคาญตารำคาญใจ แม้ว่าเขาจะมีรายได้น้อยกว่า นี่แหละเขาละ ลูกจ้างชาวราศีมีน!!! 
           


ลูกจ้างราศีเมษ (13 เมษายน-14 พฤษภาคม)

คำจำกัดความ "ชาวเมษชอบเป็นผู้นำ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ตัดสินใจแม่นยำและรวดเร็ว ดิ้นรนและแสวงหาอย่างไม่เคยหยุด"
ไม่ว่าเขาจะเริ่มอาชีพลูกจ้างในฐานะใดก็ตาม เขาก็จะเริ่มด้วยความเชื่อตัวเองว่าเขาสามารถจะรับผิดชอบในงานที่เขาได้รับมอบหมาย ตลอดเวลาเขาจะพยายามเรียนรู้ และศึกษาหาความชำนาญในงานจนได้ เขามักจะไม่ชอบพึ่งพาอาศัยคนอื่น แต่เขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเองและแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยตัวเอง อย่าไปจ้ำจี้จ้ำไชหรือบ่นตะบอยอะไรกับเขามาก เพราะเขาจะทนฟังไม่ค่อยได้ ถ้าเขาไม่ทิ้งงานผลุนผลันเพราะความโมโห เขาก็อาจจะเกงานหรือทำอะไรที่มันขัดกับคำสั่งทันที เขาไม่ชอบการใช้แรงงานแบบโคนันทวิศาลในนิทานอีสป คือชอบการยอ เขาไม่ชอบการยอ หรือคำพูดที่เพราะหูนัก แต่ชอบคำพูดที่ตรงไปตรงมาและเป็นกันเองสักนิดหน่อย เขาไม่ชอบการข่มขู่ หรือสับโขก เพราะนั่นมันอาจจะทำให้เขาเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เจ้านายบางคนอาจจะถูกเขาเตะปากเอาง่ายๆ แล้วเขาก็ไปมอบตัวกับตำรวจได้ไม่ยากนักอีกเหมือนกัน 
งานที่ใช้ลูกจ้างชาวราศีเมษ ควรเป็นงานประเภทที่ต้องการบุกเบิก มีปัญหาหรือต้องการคนรับผิดชอบ ให้เขาใช้สติปัญญา ใช้การตัดสินใจของเขาเองแก้ปัญหาจะได้ผลดีที่สุด ในเรื่องการควบคุมคน อย่าได้ห่วง เพราะคนราศีเมษ ไม่ว่าเขาจะอยู่กับโจรเขาก็สามารถจะเอาชนะใจหรือคุมไว้ได้โดยไม่ต้องยุ่งยากถึงนายจ้าง อย่าไปแบ่งแยกให้อยู่ใต้เจ้านายหลายคน หรือมีคนใช้งานเขาหลายคน และอย่าใช้เขาจู้จี้จุกจิก งานในลักษณะนั้นคนราศีเมษจะทำไม่ได้ แต่จะทำได้ดีถ้ามีงานที่สั่งโดยคนคนเดียว มีนายคนเดียวมอบ แล้วก็มอบเป็นเรื่องๆไปเลย และถ้าจะมอบคนช่วยเหลือให้เขาก็ให้เขาไปหาเอาเอง หรือให้เขาทำหน้าที่เลือกและควบคุมกันเอง เขาจะทำได้อย่างดี
คนราศีเมษ อย่าคิดว่าเขาจะทำงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปมื้อๆหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าท่านจะมองเขาอย่างไรก็ตาม สนับสนุนหรือไม่สนับสนุนเขาก็ตาม เขาไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น เพราะงานที่เขาทำคือประสบการณ์หนึ่งของเขา เขาจะเรียนรู้และเขาจะทำงานนั้นตราบเท่าที่เขาพอใจ เมื่อเขาไม่พอใจเขาก็จะออกทันที เขาจะบอกว่าเขาหยิ่งในตัวเองและเขาก็ทนไม่ได้อีกเหมือนกัน ที่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่อะไรอื่น ลูกจ้างชาวราศีเมษ เป็นลูกจ้างที่เข้าทำงานเพื่อฝึกจะเป็นนายคน และเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นสูงต่อไปในงานนั้นๆ อย่าไปคิดว่าเขาจะเป็นลูกจ้าง เพื่อจะมาก้มหน้าก้มตาเป็นลูกจ้างอยู่ต่อไป หามิได้ ไม่แน่นัก วันหนึ่งข้างหน้า เมื่อหลายปีผ่านไปนายจ้างที่ว่าเยี่ยมๆนั้น อาจจะต้องหันหน้าไปพึ่งเขาสักครั้งหนึ่งก็ได้ 
เพราะลูกจ้างชาวราศีเมษนั้นมีอนาคตเสมอ ยกเว้นแต่ชาวราศีเมษประเภทลบ ซึ่งในอนาคตนั้นถ้าหากเขาไม่เกิดอุบัติเหตุเพราะความประมาทเผอเรอ เขาก็อาจจะบันดาลโทสะไปตีรันฟันแทงกับใครเข้าคุกเข้าตะรางไปหรือไม่ก็เมาเช้าเมาเย็น ชีวิตล้มลุกคลุกคลานไปตามเพลงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ ดูกันไม่ยาก ตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้าในสำนักงานแล้ว เพราะคุณสมบัติในด้านบวกหรือลบมันจะดูกันไม่ยาก มีลูกจ้างชาวราศีเมษไว้ใช้ วันหนึ่งท่านอาจจะมีนายจ้างที่ดีที่สุดและเป็นที่พึ่งได้สักคนก็ได้ ถ้าท่านเป็นนายจ้างที่ดีสำหรับเขาตั้งแต่วันนี้ แต่นั่นแหละ ลูกจ้างชาวราศีเมษ อาจจะหาไม่ได้ง่ายๆนัก เพราะโดยมากชาวราศีเมษมักจะพยายามเป็นนายเสียหมด หรือไม่ก็มักจะพึ่งตัวเองมากกว่าที่จะยอมเป็นลูกน้องใครง่ายๆ หรือถ้าจะยอมเป็นก็เพื่อเป็นนายจ้างเสียเองในวันข้างหน้า!


ลูกจ้างราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม-13 มิถุนายน)

คำจำกัดความ "ไม่ว่าเกิดปีใดๆ รอบคอบ ระมัดระวัง ทั้งในการดำเนินชีวิตและการใช้เงิน หนักแน่น อดทน หัวเก่า ไม่ชอบการเสี่ยง ไม่ชอบเป็นผู้นำ นี่คือชาวราศีพฤษภ"
อย่าใช้ให้เขาทำงานที่มีการเสี่ยงหรือมีลักษณะโลดโผนโจนทะยาน เขาจะทำไม่ได้ดีเท่าที่ควร หรือจะทำได้อย่างฝืนๆเท่านั้น เพราะลูกจ้างราศีพฤษภไม่ต้องการเสี่ยง ไม่ต้องการเอาดีเอาเด่นด้วยการเสี่ยง และไม่ต้องการให้ใครรู้จักเขาหรือเข้าใจเขาในลักษณะเช่นนั้น แต่งานใดที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบ เช่น งานด้านการดูแลรักษา แสวงหาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำเป็นจังหวะขั้นตอนแล้ว งานประเภทนั้นชาวราศีพฤษภทำได้ดีที่สุด บอกเขาให้ทราบจุดประสงค์และรายละเอียดของงาน ขอบเขตความรับผิดชอบของงานเมื่อเขาเข้าใจดีพอแล้ว ก็มอบให้เป็นภาระหน้าที่ของเขารับผิดชอบ เขาจะทำได้เรียบร้อยโดยไม่สร้างปัญหาหรือความกังวลใดๆให้แก่นายจ้างอีก การใช้ท่าทีต่อลูกจ้างชาวราศีพฤษภนั้นเขาจะหัวเราะเยาะเอาง่ายๆ ถ้าใช้อารมณ์หรือการเอะอะโผงผางหรือทำท่าข่มขู่คุกคาม เขาจะมองเห็นว่านายจ้างของเขาบ้าทันที 
ในงานที่เขาสนใจหรืองานที่เขามองหาประโยชน์ที่จะได้รับความรู้ความชำนาญ ถ้าหากเขาถูกใช้ให้ทำ ดูเหมือนว่าเขาจะทำได้ดีกว่าความต้องการของนายจ้างเสียด้วยซ้ำไป เพราะเขาคิดเสมอว่านั่นเขามิได้ทำในฐานะลูกจ้างหรือทำเพื่อนายจ้าง แต่ทำเพื่อตัวเขาเอง อย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อประสบการณ์ของเขา หรือเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าเขาสามารถทำได้ และวันหนึ่งความรู้ความชำนาญที่เขาได้รับจากงานนั่นเอง ก็จะช่วยให้เขานำไปประกอบอาชีพ หรือเป็นแนวทางสำหรับทำมาหากินได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ลูกจ้างชาวราศีพฤษภจะไม่ยอมทิ้งความรู้ความชำนาญหรือประสบการณ์ที่เขาได้รับจากนายจ้าง ทุกอย่างที่เขาได้เรียนรู้ได้สัมผัส เขาจะพยายามจดจำและทำมันให้สำเร็จ ซึ่งด้วยนิสัยใจคออันนี้เอง ที่จะช่วยทำให้เขางัดขึ้นมาช่วยตัวเองในยามคับขันหรือในยามจำเป็น 
การทำงานของเขาค่อนข้างจะเนิบนาบและช้า หรืออย่างน้อยที่สุด เมื่อเขาได้รับมอบหมายเขาอาจจะไม่ลงมือทันทีทันใด เขาอาจจะเอางานนั้นมาวางตรงหน้า หรือเอาแผนงานทั้งหมดที่ได้มานั้นมาเก็บไว้สักระยะหนึ่งก่อน เขาก็จะนั่งคิดและลงมือถามตัวเองว่าเขาควรจะเริ่มต้นที่ไหนก่อน และเริ่มต้นอย่างไรเพื่อให้ดีที่สุดหรือให้สำเร็จได้ดีที่สุด วิธีการของเขา ถ้าหากไม่มีใครเข้าใจก็จะคิดว่านั่นคือวิธีการของคนที่ไม่รับผิดชอบ หรือขี้เกียจจะเป็นบ้าไปทีเดียว ความจริงมันตรงกันข้าม เขาต้องการทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเขาต้องการเรียนรู้ต้องการศึกษามันเพื่อตัวของเขาเองด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าจะใช้งานลูกจ้างชาวราศีพฤษภแล้ว เลือกงานให้เหมาะสมกับนิสัยของเขาและให้เขารับผิดชอบ ทุกอย่างจะเรียบร้อยและวางใจได้ 
ในด้านความซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ลูกจ้างชาวราศีพฤษภจะมีอยู่มากพอ เพราะเขาเป็นคนที่อยู่ด้วยความรักและไมตรีจิตมิตรภาพ อันเป็นธาตุแท้ของเขา ชีวิตของเขาต้องการแต่มิตร นั่นหมายถึงว่าเขามีแต่ความเห็นอกเห็นใจต่อคนอื่น สภาพจิตใจและคุณธรรมอันมีอยู่ดังนี้ หน้าที่และภาระของลูกจ้างชาวราศีพฤษภจึงเป็นผู้ทำหน้าที่ระวังระไวพิทักษ์รักษาและป้องกันมากกว่า เพราะฉะนั้นความซื่อสัตย์สุจริตของลูกจ้างชาวราศีพฤษภจึงมักจะมองเห็นง่ายและเข้าใจง่าย ในขณะที่ลูกจ้างชาวราศีอื่นจะวุ่นวาย กู้หนี้ยืมสิน ผิดพลาดและบกพร่องทั้งทางการกระทำและความรู้สึกนึกคิด ลูกจ้างชาวราศีพฤษภจะตรงข้าม เขาจะอยู่ด้วยความอดทน เงียบสงบและคิดเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ใช่เขาไม่ร้อนไม่หนาว เป็นแต่เพียงว่าเขาระมัดระวัง หนักแน่น ยอมทนและทนได้ เมื่อเขาแสดงออกมาเมื่อไร หรือเขาบอกว่าไม่ไหวเมื่อไร นั่นหมายถึงว่าเป็นภาวะที่เขาไม่สามารถจะทนได้จริงๆ และเมื่อลูกจ้างชาวราศีพฤษภทนไม่ได้ ลูกจ้างชาวราศีอื่นก็หมดความอดทนและรู้สึกไม่ไหวไปนานแล้วด้วย 
การคบกับลูกจ้างชาวราศีพฤษภ ถ้าจะให้ดีที่สุดก็คือการสนับสนุนเขา ช่วยเหลือเขา ชี้ช่องทางและฝึกฝนอบรมเขา วันหนึ่งเขาจะสำนึกในบุญคุณและความดีงามต่างๆที่เขาได้รับอย่างไม่มีวันลืม และวันหนึ่งข้างหน้าลูกจ้างชาวราศีพฤษภจะมีทางไปเป็นนายจ้าง หรือนายจ้างในปัจจุบันอาจจะต้องไปพึ่งพาอาศัยเขาในวันข้างหน้าได้ เพราะลูกจ้างชาวราศีพฤษภจะไม่ยอมมีชีวิตอยู่เป็นลูกจ้างตลอดไป วันหนึ่งถ้าเขาไม่ไปเป็นนายจ้างใคร เขาก็จะเป็นตัวของเขาเอง มีฐานะที่มั่นคงและมีความเป็นอยู่อย่างไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร แต่จะมีคนอื่นคอยพึ่งเขา 
เพราะฉะนั้นอย่าได้ประมาทหรือมองลูกจ้างชาวราศีพฤษภอย่างหมิ่นเหม่เป็นอันขาด และควรจะทราบด้วยว่าในบรรดาลูกจ้างที่ไม่ค่อยจะเปลี่ยนงานบ่อยๆนั้น ลูกจ้างชาวราศีพฤษภก็เป็นอีกคนหนึ่งในนั้น สาเหตุที่ทำให้เขาเปลี่ยนงานที่ทำอยู่ได้ยากมากเพราะเขาไม่ต้องการตั้งต้นใหม่เรื่อยๆ และเขาจะต้องทำจนกว่าเขาจะมีความชำนิชำนาญเขาจึงจะจากไป หรือจะจากไปก็เมื่อเขารู้สึกว่าพึ่งตัวเองได้แล้วเท่านั้น   เพราะฉะนั้นไม่ควรจะจู้จี้จุกจิกกับเขาให้มากนัก ที่สำคัญที่สุดก็คือในกรณีที่นายจ้างเป็นคนใจร้อนโป้งป้างโผงผางแล้ว ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไรถ้ามีลูกจ้างชาวราศีพฤษภคอยอยู่ใกล้ๆ คบเขาอย่างมิตร เขาจะเป็นคนที่คอยช่วยเหนี่ยวหรือรั้งไว้ได้เป็นอย่างดี และไม่พลาดท่าเสียทีใครง่ายๆ! 


ลูกจ้างราศีมิถุน (14 มิถุนายน-14 กรกฏาคม)

คำจำกัดความ "ไม่ว่าเกิดปีใดๆ ความคิดและจิตใจเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง อยากรู้อยากเห็น ชาวราศีมิถุนจึงเป็นนักคิดนักวิจารณ์ และเป็นนักพูดที่ดี"
ถ้าต้องการความรวดเร็ว เข้าไหนเข้าได้ เรื่องอะไรก็ได้ ก็ต้องใช้ลูกจ้างชาวราศีมิถุน เรื่องที่รู้สึกว่ายาก หรือไม่อาจจะทำได้ง่ายๆ มันก็จะง่ายหรือทำได้อย่างที่คิดไม่ถึง ลูกจ้างชาวราศีมิถุนมีความสามารถในงานประเภทนี้มาก เกี่ยวกับข่าว เกี่ยวกับการติดต่อหรือการค้นหาเอกสารหลักฐานหรือความจริงเช่น งานด้านข่าวกรอง ด้านหนังสือพิมพ์ ด้านการสืบสวนและการสอบสวนความจริงแล้ว ลูกจ้างชาวราศีมิถุนจะมีความสามารถทำได้เป็นอย่างดี เขาจะมีความอดทนเป็นเลิศในการให้ได้ข่าวสารมา เขาจะมีความมานะพยายามอย่างดีเยี่ยมในการที่จะทำความเข้าใจกับคนอื่นให้ท่าน หรือในด้านการประชาสัมพันธ์ให้ท่าน 
ในเรื่องที่คนอื่นเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ลูกจ้างชาวราศีมิถุนจะมองเห็นแง่มุมแปลกๆที่จะนำเข้าไปสู่ต้นตอของเรื่องต่างๆที่ลึกซึ้งแยบยลได้ในทันที แน่นอนทีเดียว งานของเขาจะไม่อืดอาดเฉื่อยแฉะ เมื่อเขาลงมือว่าจะทำอะไรหรือรับปากอะไรแล้ว เขาจะรีบทำอย่างผลุนผลันทันที ไม่มีการนั่งนับร้อยนับพันหรือมัวนั่งตะบอยทาปากเขียนคิ้วอยู่แน่นอน แต่ถ้างานนั้นต้องการความรอบคอบละเอียดลออ หรือทำงานประเภทแกะพระให้สวยงามประณีตด้วยลวดลายแล้ว เขาจะทำไม่ได้และทำไม่สำเร็จ เพราะเขาไม่สามารถจะทนนั่งมองความอืดอาดล่าช้าใดๆได้ 
สิ่งที่นายจ้างจะไม่ชอบใจเขาอย่างมากก็คือว่าเขาจะไม่ค่อยนิ่ง หรืออดไม่ได้เมื่อเห็นว่านายจ้างหรือเพื่อนร่วมงานทำอะไรผิดสังเกต หรือไม่ถูกหูถูกตาเขา เขาจะพูดโพล่งออกมาทันที อาจไม่ถึงขนาดตำหนิก็ตาม เขาอาจจะวิจารณ์หรือพูดอะไรออกมาโดยไม่ระวังปากระวังคำ บางทีนายจ้างจะคิดว่าเป็นคนประเภทเถียงคำไม่ตกฟากก็ได้ เพราะความเฉลียวฉลาดและความรู้เท่าทันคนของเขาอันเป็นสัญชาตญาณของลูกจ้างชาวราศีมิถุน ซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนมีการศึกษาเล่าเรียนอะไรมามากมายนัก แต่สัญชาตญาณและประสาทของเขาจะบอกเขาว่าสิ่งที่เขาเห็น งานที่คนอื่นทุกอย่างที่ผู้อื่นแสดงออกนั้นมันถูกตรงไหน ผิดตรงไหน เมื่อเขารู้แล้ว ถ้าหากจะไปหาทางข่มขู่ดูแคลนเขาประการหนึ่งประการใดก็ตาม ลูกจ้างชาวราศีมิถุนจะยอมไม่ได้ เขาจะโพล่งหรือสวนความคิดความเห็นออกมาทันที  และราศีมิถุนบางประเภทนั้นมีวิธีพูดประเภทเยาะเย้ยถากถางที่เจ็บปวดดีเสียด้วย เฉพาะการย้อนให้ผู้ฟังหน้าเสีย ไม่ว่าผู้ฟังที่เป็นนายจ้างนั้นจะเป็นนายจ้างขนาดไหนก็ตาม 
แต่ถ้าหากนายจ้างบอกให้เขาออกจากงานหรือไม่พอใจอะไรเขาขึ้นมา เขาก็จะยักไหล่หันหลังให้โดยไม่อีนังขังขอบหรือรู้สึกเสียอกเสียใจอะไร เพราะเขาเองก็พร้อมที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่และสิ่งที่ควรจะสัมผัสใหม่อยู่แล้ว ซึ่งนั่นเป็นชะตากรรมของเขาเอง เขาเป็นคนชอบเปลี่ยนงานหรือทำงานที่ไหนนานไม่ได้ ในงานที่ไม่ต้องใช้แรงหรือไม่ต้องออกกำลังมากนัก แม้ว่าเขาจะไม่เคยรู้และไม่มีทางรู้มาก่อนเลย ถ้าเขาได้เริ่มเรียนหรือได้ศึกษา หรือแม้ว่านายจ้างจะสอนให้เขาทำ ก็อย่าห่วงว่าเขาจะทำไม่ได้ เขาจะมีความจำอย่างดีเลิศและมีความจำอย่างรวดเร็วเป็นระบบ จำและเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง และสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งวันหนึ่งนายจ้างเองก็เห็นจะต้องพึ่งเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่จะหวังให้เขาทำให้เรียบร้อยที่สุดหรือดีที่สุดนั้น อย่าได้หวังมากนัก มีคนร่วมมือกับเขาอีกหนึ่งด้วยเป็นดี เพราะเขาจะเริ่มหันไปสนใจสิ่งอื่นที่เกิดเตะความคิดของเขาขึ้นมา เขาจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นมันผ่านไป แม้แต่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเพียงข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่เขาสนใจ เขาอาจจะวางมือจากงานไปอ่านมันเสียก่อนแล้วมาทำงานต่อก็ได้ 
เขาเหมาะสำหรับงานข้างนอกสำนักงานมากกว่า เพราะทำให้เขาได้พบได้เห็นได้เคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆ และมีโอกาสได้พูดได้คุยกับคนอื่นเสมอ มันจะทำให้เขากระปรี้กระเปร่าและมีกำลังใจอย่างมากต่อการทำงานหรืออาจจะไม่รู้สึกเหนื่อยเสียด้วยซ้ำไป แต่ถ้าหากจะเป็นงานในสำนักงาน งานของเขาเหมาะแก่การค้นคว้าและการเขียน การศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่างานเป็นเสมียนหรือเป็นเลขานุการ ซึ่งเป็นงานซ้ำๆซากๆ เขาเป็นคนที่ดูไม่ยาก และดูเหมือนจะเปิดเผยเอาเสียด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างที่เขาคิดเขามี เขาจะแสดงออกมาทางคำพูดหรือการพูดการคุยกับคนไม่เลือกหน้า บางทีการพูดการคุยและการแสดงออกอย่างไม่ยอมจำกัดกาลเทศะและบุคคลของเขานั่นเอง ทำให้ลูกจ้างชาวราศีมิถุนมักจะประสบความผิดพลาดหรือเกิดปัญหาปลาหมอตายเพราะปากขึ้นง่ายๆ ส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาจึงมีเรื่องที่จะต้องโต้แย้ง และมีเรื่องที่ทำให้คนไม่ชอบหน้าอยู่เรื่อยๆ ก็เพราะการพูดหรือเรื่องพูดของเขานี่เอง และที่เสียที่สุดก็คือเขาจะทำอะไรค่อนข้างจะผลุนผลันเกินไป นั่นทำให้เขาขาดคุณสมบัติเป็นนักปฏิบัติที่ดี ซึ่งมันทำให้คนมองเขาเป็นคนขาดสมรรถภาพไป และนั่นและคือโชคร้ายที่จะเกิดขึ้นแก่ลูกจ้างชาวราศีมิถุน 

ติดตามตอนต่อไปใน "ใช้คนให้ถูกทาง...เลือกลูกจ้างตามราศี 2 "ครับ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.manager.co.th 
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.rojn-info.com

ใช้คนให้ถูกทาง...เลือกลูกจ้างตามราศี 2

เอาละครับ หลังจากที่ในตอนที่แล้วเราก็พอทราบกันคร่าวๆแล้วเกี่ยวกับ การเลือกใช้คนให้ถูกต้องเหมาะสมกับสิ่งที่ถนัดตามราศีเกิด ตั้งแต่ราศีมังกรจนถึงราศีมิถุน ในตอนที่สองนี่ก็มาว่ากันต่อกับลักษณะของลูกจ้างตามลัคนาราศีเกิดที่เหลือตั้งแต่ ราศีกรกฏ ราศีสิงห์ ราศีกันย์ ราศีตุลย์ ราศีพิจิกและราศีธนู ครับว่าราศีใดมีอุปนิสัยอย่างไร มีความถนัดและไม่ถนัดเรื่องใดและงานใดๆที่เขาสามารถทำได้ดีหรือไม่ควรมอบหมายให้ทำ และนายจ้างหรือหัวหน้างานควรปฏิบัติอย่างไรต่อบุคคลเหล่านั้น แต่ในที่นี้ไม่ว่าท่านจะเป็นเจ้าของกิจการ หัวหน้างานหรือปัจจุบันเป็นลูกจ้างก็ดี อยากให้ลองอ่านบทความด้านล่างแล้วพิจารณาดูนะครับ ว่าการทำงานของท่านที่ผ่านมาขณะยังเป็นลูกจ้างนั้น มันเป็นจริงตรงตามที่ศาสตร์แห่งโหรเขาว่าไว้หรือไม่ ตรงไม่ตรงอย่างไร ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามแต่ใจ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรมาใช้อ้างอิง จริงมั้ยครับ?


ลูกจ้างราศีกรกฎ (15 กรกฏาคม-16 สิงหาคม)

คำจำกัดความ "ไม่ว่าเิกิดปีใดๆ ชอบการเปลี่ยนแปลงอารมณ์และจิตใจอยู่เสมอ ชีวิตจึงอยู่กับอารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่คนราศีนี้ก็มีเสน่ห์ดึงดูดคนรอบข้าง" 
รับรองว่าพูดกันรู้เรื่องเสมอสำหรับลูกจ้างชาวราศีกรกฎ  และก็ทนได้เสมอสำหรับลูกจ้างชาวราศีกรกฎ ถ้าหากเขามีเหตุผลหรือมีความพอใจที่จะทน ต่อให้ใช้งานร้อยแปดไม่ได้หยุดไม่นิ่ง หรือต่อให้ตำหนิจู้จี้จุกจิกสักเพียงใดก็ตาม เขาก็ยังจะทนได้อยู่เรื่อยไป  แต่ระวังอะไรบางอย่างที่กระทบกระเทือนใจ หรือทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีและต้องคิดมาก เพราะถ้ามีความรู้สึกเช่นนั้นขึ้นมาเมื่อไรแล้ว ลูกจ้างชาวราศีกกรกฎจะเปิดแผล็วออกไปทันที    ไม่ยอมฟังเหตุฟังผลและจะไม่หันกลับมาอีก  แต่จะกระทบกระแทกแดกดันด้วยความน้อยใจอย่างเลวที่สุดก็ลับหลังนายจ้าง 
ลูกจ้างชาวราศีกรกฎไม่ใช่คนที่มีความละอียดลออนักในการทำงาน อาจจะลวกๆและหยาบๆหรือทำหน้าลืมหลังเอาเสียด้วยซ้ำไป แต่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่ตรงที่ทำงานคล่อง หยิบโน่นฉวยนี่ได้เร็ว เฉพาะงานที่ออกไปนั่นไปนี่ ติดต่อที่นั่นที่นี่ หรืองานที่ไม่อยู่กับที่จะมีความสามารถเป็นพิเศษ ในการทำงานอย่าไปสั่งจ้ำจี้จ้ำไชหรือตำหนิเป็นอันขาด ไม่ว่าจะผิดมากน้อยเพียงใด  ลูกจ้างชาวราศีกรกฎทนไม่ได้กับการตำหนิ แต่ต้องการฟังคำชี้แจงบอกกล่าวที่มีเหตุผลชัดแจ้งสามารถจะฟังได้และรับได้ ถ้านายจ้างคนใดทำวิธีนั้นได้ ลูกจ้างชาวราศีกรกฎจะทำงานจนตายและด้วยความรักและความเคารพที่ไม่มีวันจะคลายไปเป็นอื่น  นายจ้างเจ้าอารมณ์และมีอารมณ์ชนิดผีเข้าผีออกไม่ควรมีลูกจ้างเป็นคนราศีกรกฎ เพราะถ้านายจ้างใช้อารมณ์ผีเข้าผีออก ลูกจ้างชาวราศีกรกฎก็จะมีอารมณ์ผีออกผีเข้าบ้างเดี๋ยวก็ได้บ้าและประสาทไปด้วยกันทั้งคู่!  นายจ้างสำหรับลูกจ้างชาวราศีกรกฎจะต้องเป็นคนมีเหตุมีผลและมีความหนักแน่น
อย่าไปเข้าใจว่าลูกจ้างชาวราศีกรกฎซึ่งดูเหมือนว่าจะโง่ที่สุด สำหรับนายจ้างนั้นแหละเป็นคนโง่เสียจริงๆ เพราะลูกจ้างชาวราศีกรกฎจะไม่โง่เลย ตรงข้ามทุกสิ่งทุกอย่างที่นายจ้างทำลงไปลูกจ้างชาวราศีกรกฎจะนำมาคิดนำมาพิจารณาวิเคราะห์พิครวญทุกๆเรื่อง ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยหยุมหยิมสักเพียงใด แล้วก็จะนำมาตำหนิ ถ้าหากไม่ตำหนิออกมากับคนอื่น ก็จะตำหนิอยู่ในใจแล้วก็จะมีความคิดสงสารสมเพชนายจ้างเอาดื้อๆด้วย การทำงานของลูกจ้างชาวราศีกรกฎผิดกับลูกจ้างชาวราศีอื่นตรงที่ว่า เขาจะไม่รู้สึกว่าเขาทำงานในฐานะของลูกจ้าง หรือไม่ถือว่างานของนายจ้างเป็นงานของคนอื่นที่เขาจะต้องทำให้เสร็จๆไปเพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าจ้างก็หาไม่ ตรงข้ามเขาจะทำเหมือนของเขาเองด้วยความรู้สึกรับผิดชอบและรักษามันให้ดีที่สุด หรือทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ เพราะฉะนั้นงานประเภทใดที่เกี่ยวกับการรักษาเก็บงำแล้วลูกจ้างชาวราศีกรกฎก็สามารถจะทำได้ไม่เลวนัก 
ในจำนวนคนหมู่มาก ถ้าหากมีลูกจ้างชาวราศีกรกฎอยู่ เชื่อแน่ได้ว่าลูกจ้างชาวราศีนี้จะไม่ก่อเรื่องยุ่งขึ้นมาง่ายๆในขณะเดียวกัน ยังสามารถจะยึดเหนี่ยวน้ำใจของคนทุกคนไว้ได้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตรและมีความเห็นอกเห็นใจต่อคนอื่นอย่างมาก เพราะฉะนั้นลูกจ้างชาวราศีกรกฎเหมาะสำหรับการเป็นหัวหน้าคนงาน หรือทำหน้าที่ในการช่วยเหลือคนงานในทุกๆด้าน  ถ้าไปคิดว่าลูกจ้างชาวราศีกรกฎไม่มีความชำนิชำนาญมาก่อน ในงานที่นายจ้างต้องการและไม่ยอมรับนั่นนับว่าคิดผิด ลูกจ้างชาวราศีกรกฎสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจได้ดี ถ้าได้รับการฝึกและแนะนำให้อย่างถูกต้อง เพราะธรรมชาติของราศีกรกฎจะบันดาลให้ลูกจ้างที่เกิดมาในราศีนี้มีความรู้ความชำนาญหลายอย่างหลายงานและทำได้ทุกอย่างทุกงานที่มีโอกาสเข้าไปสัมผัส  งานที่เหมาะที่สุด นอกจากงานประเภทต้อนรับ เลขานุการ การประชาสัมพันธ์แล้วก็คืองานเกี่ยวกับการเป็นตัวแทน การติดต่อกับบุคคลภายนอก งานที่ต้องเทียวไปเทียวมาพบปะกับผู้คนนั่นแหละคืองานที่ดีที่สุดสำหรับลูกจ้างชาวราศีกรกฎ 


ลูกจ้างราศีสิงห์ (17 สิงหาคม-16 กันยายน)

คำจำกัดความ "ลักษณะเด่นของคนราศีนี้คือ ความหยิ่งและทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง ทะเยอทะยาน และมีความเป็นผู้นำที่ดี"
คนเรานั้นไม่ว่าจะมีความสำคัญหรือยิ่งใหญ่สถานใด สิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องมีก็คือลูกน้องและบริวาร ลูกน้องและบริวารที่เรียกกันถูกต้องที่สุดและตรงไปตรงมาที่สุด ก็คือคนที่เราต้องให้ผลประโยชน์แก่เขาหรือจ่ายเงินจ้างเขามาคือลูกจ้างนั่นเอง   ลูกจ้างที่ดีก็คือมิตรที่ดีที่สุดของนายจ้าง   เขาอาจจะตายแทนนายจ้างได้ทำให้นายจ้างฉิบหายหรือร่ำรวยได้ การเลือกหาลูกจ้างจึงเป็นภาระและการแสวงหาความสุขความสำเร็จอีกด้านหนึ่งในชีวิตของคนที่เกิดมาเป็นนายจ้าง ได้ลูกจ้างดีหรือไม่ดีนั้นบางคราวมันก็ขึ้นแก่ดวงเหมือนกัน   ถ้าได้ลูกจ้างที่เกิดในราศีสิงห์ก็นับว่านายจ้างดวงดีพอสมควรทีเดียว เพราะลูกจ้างชาวราศีสิงห์นั้นมีความรับผิดชอบ และมีความเฉลียวฉลาดเท่ากับนายจ้างพอสมควร  ไม่ต้องข่มขู่หรือจ้ำจี้จ้ำไช บอกให้เขาทราบและมอบหน้าที่ภาระให้เขาไปเขาจะทำอย่างเรียบร้อยทันทีหรือเท่าที่งานจะกำหนดให้เขาทำ แต่เขาจะไม่ทำมากกว่านั้น เพราะเขาถือว่านั่นคือการเอาเปรียบเขาและเกิดความไม่ยุติธรรมขึ้นเขายอมไม่ได้ นอกจากตัวเขาเองจะยอมไม่ได้แล้ว เขาอาจจะบอกลูกจ้างคนอื่นๆที่ร่วมอยู่กับเขาให้ยอมไม่ได้อีกด้วย ซึ่งทุกคนก็จะเชื่อเขาและมีเหตุมีผลที่จะเชื่อเพราะเขามีความสามารถจะเป็นผู้นำได้แม้ว่าเขาจะเป็นนายจ้างต๊อกต๋อยคนหนึ่งคนใดก็ตาม 
เขาค่อนข้างจะร้อนและรีบรวบรัดอะไรต่ออะไรหลายอย่างในงานที่เขาทำ และความรับผิดชอบความเรียบร้อยนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ประณีตถึงที่สุด เป็นภาระหน้าที่ของนายจ้างอีกเหมือนกันที่จะหาทางแนะนำให้เขารอบคอบ หรือฝากแง่คิดไว้ให้เขาคิดว่าทำอย่างไรจึงจะดีที่สุด เขาจะมีความคิดขึ้นมาและทำได้อย่างดีที่สุดกว่าที่ตัวเจ้านายเองจะทำได้เสียด้วย เพราะเขาเป็นคนที่มีปัญญาและความรู้สึกในการสร้างสรรค์เป็นสันดานอยู่ เขาไม่ชอบนายจ้างที่โง่และงุ่มง่าม  จริงอยู่เขาจะไม่เกี่ยงและไม่แสดงออก ถ้าหากเขาเกรงใจหรือเขาต้องเกรงใจ แต่เขาจะนึกดูถูกดูแคลนอยู่ในใจและปล่อยให้นายจ้างโง่เขลาให้ถึงที่สุด หรือทำอะไรให้ฉิบหายไปต่อหน้าเขาได้ โดยที่เขาจะไม่ยอมแตะต้องเว้นไว้แต่จะถามและขอความช่วยเหลือร่วมมือจากเขา ในฐานะที่เขาเป็นเขาจะช่วยได้อย่างดี ในงานและภาระรับผิดชอบเขาจะพยายามเรียนรู้และศึกษาอย่างเอาเป็นเอาตาย 
ในขณะที่นายจ้างอาจจะเป็นรัฐมนตรีกินตำแหน่งใหญ่โตอยู่นั้น อย่าไปคิดว่าลูกจ้างอย่างเขาที่เดินตามหลังต้อยๆอยู่นั้นมันคือลูกจ้าง แต่ความจริงเขาอาจจะฉลาดกว่า และรู้กว่ามากมาย ซึ่งเขากำลังมองนายจ้างอยู่ด้วยความรู้สึกตลกขบขันก็ได้ เขาอาจจะทำอะไรต่ออะไรได้ดีกว่าและประสบความสำเร็จกว่าหลายร้อยเท่าตัวก็ได้ ถ้าเขาอยู่ในฐานะหรือตำแหน่งเช่นนั้น แต่เขาจะไม่ทำและไม่พูด ถ้าไม่ร้องขอความช่วยเหลือเขา เขาจะปล่อยให้นายจ้างของเขาโง่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะฉิบหายไปเอง  เขาไม่ได้ถือว่านายจ้างคือพระเจ้า เขาจะถือว่าเป็นคนที่มีโอกาสกว่าเขา หรือมีวันเวลาที่ตั้งต้นมาก่อนเขาเท่านั้น ตำแหน่งของนายจ้างหรือความสำเร็จของนายจ้าง เขาเชื่อว่าวันหนึ่งเขาก็จะสำเร็จและทำได้เช่นเดียวกัน และเข้ามาอยู่ในตำแหน่งนั้นได้เหมือนกันเมื่อโอกาสและวันเวลาของเขามาถึง เพราะเขาเกิดมาเป็นลูกจ้างเพื่อจะเป็นนายจ้าง  ถ้าเขาจะต้องเป็นทหาร เขาอาจจะเป็นนายร้อยเพื่อวันหนึ่งจะต้องเป็นนายพลนั่นเอง 


ลูกจ้างราศีกันย์ (17 กันยายน-16 ตุลาคม)

คำจำกัดความ "ไม่ว่าเกิดปีใดๆ คนราศีนี้เป็นนักบริหารที่ดีเยี่ยม พอๆกับที่เป็นนักวิเคราะห์ปัญหา ขยัน ความจำดี ปรับตัวเก่ง และตื่นตัวในการเรียนรู้อยู่เสมอ"
เมื่อเวลาเขาลงมือทำงานเขาอาจจะทำตัวเหมือนอ้ายทึ่มอะไรสักอย่างหนึ่ง  ไม่เอาใจใส่ใคร ไม่สนใจใคร ทำไปเหมือนกับคนไม่มีชีวิตอะไรทำนองนั้น  ไม่ใช่อะไรหรอก เขาเป็นคนอึดพอดูสำหรับการงาน  ไม่ว่าจะเป็นงานของเขาเองหรือเป็นงานของคนอื่น  ทุกงานที่เขาทำ เขาต้องการเข้าถึงหรือเอามันจริงๆ คล้ายๆกับเป็นการต่อสู้ระหว่างเขากับงานว่าใครมันจะแน่กว่ากัน  แต่ถ้าเขาทำเสร็จแล้ว เขาอาจจะไม่สนใจมันอีกเลย หรือลืมมันไปเสียแล้วก็ได้ และเขาพร้อมที่จะกลับมาทำมันได้อีกทันทีถ้าหากมีความจำเป็น แต่ถ้าไม่จำเป็น หรือมีโอกาสที่จะต้องไปทำงานอื่นเขาจะทำไปทันที  งานอื่นที่ว่านั้น อาจจะเป็นงานที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนหรือไม่เคยมีความสนใจมาก่อนก็ตามแต่บอกวิธีเริ่มต้นให้กับเขา เขาจะสามารถใช้เวลาอันรวดเร็วที่จะเรียนรู้ และทำได้อย่างดีกว่าผู้ที่ให้คำแนะนำเขาอีก 
เขามีคุณสมบัติพิเศษทางด้านประสาทสมองและความจำ มีแง่สงสัยและคิดค้นที่เขาจะไม่ยอมให้มีความรู้ความเข้าใจแต่เปลือกแต่ผิวอย่างเลือนรางในวิชา หรือสิ่งที่เขาจะต้องทำ เขามีวิญญาณของนักเปลี่ยนแปลงที่เก่งกาจพอดูทีเดียว เพราะฉะนั้นในเรื่องงานสำหรับลูกจ้างชาวราศีกันย์นั้น ถ้ามอบให้เขาทำอย่างเป็นกิจจะลักษณะนับว่าสามารถจะไว้ใจได้ทีเดียว  อย่าได้นำความรู้ความสามาถไปข่มขู่หรือแสดงการเหยียดหยามเขาเข้า ไม่ว่าจะวิเศษสักเพียงไร จริงอยู่ขณะนั้น เขาอาจจะไม่รู้ ไม่เก่งในเรื่องนั้น ซึ่งเขาจะยอมฟังการเหยียดหยามสบประมาทได้อย่างดุษณีภาพ แต่ไม่ช้าแน่นอนไม่นานนัก เขาจะหันกลับไปนั่งศึกษาค้นคว้าและพยายามเรียนรู้ในเรื่องนั้นอย่างถึงเปลือกถึงกระพี้ และเขาจะกลับมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ และสำแดงความเหนือกว่าอะไรให้เห็นประจักษ์ตากันสักวันหนึ่งแน่นอน อย่าไปพูดหรือไปคุยข่มเขา เพื่อสำแดงว่ามีความเฉลียวฉลาดเหนือเขา แม้นว่าในตอนต้นนั้นเขาอาจจะยังไม่มีความจัดเจนในเรื่องที่พูดนั้นนัก แต่ถ้าเขามีเวลาคิดมีเวลาศึกษา เขาจะกลับมาพูดในเรื่องเดียวกันได้ดีกว่าและเหนือกว่าโดยทุกประการ 
ลูกจ้างชาวราศีกันย์ เกิดมาเพื่อเรียนรู้และเพื่อที่จะแสวงหาความรู้ ด้วยความละเอียดประณีตและด้วยความอดทนเป็นเลิศทีเดียว เขาเหมาะสำหรับงานที่ใช้สมองและใช้ฝีมือทุกชนิด  เหมาะสำหรับงานที่ใช้สติปัญญาและความฉับไวของประสาทสมองทุกประการ  เพราะฉะนั้นเขาอาจจะรับหน้าที่ทำการสอน เป็นนักฎหมาย เป็นทนายความ เป็นนักศึกษาค้นคว้าเขาจะทำได้อย่างดีเยี่ยมทุกประการ  แต่นั่นแหละ จะให้เขาไปแสดงหนังหรือเล่นละครรบรักแล้ว ค่อนข้างยาก แต่ให้เขาแสดงเป็นผู้พิพากษาหรือเป็นนักพูดที่เอาแต่พูดและการโต้คารมแล้วเป็นแจ๋วมาก   เฉพาะที่สำคัญที่สุดก็คือให้เขาเป็นคนวางแผนเตรียมงานที่ต้องการความละเอียดและเหตุผล จะได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะเขาจะไม่เพียงแต่เป็นนักวางแผนเท่านั้น แต่ก่อนที่จะวางแผนขึ้นมา เขาจะมองหาจุดบกพร่องและผลได้ผลเสียอย่างดีเสียก่อนแล้วเขาจึงจะลงมือวางมันลงไป งานด้านนี้ของเขาจึงเชื่อถือได้ และเป็นที่พึ่งได้สำหรับนายจ้างที่มีสติปัญญา  ถ้าเขาเป็นคนงานที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีการศึกษามาก่อนก็ตาม ถึงจะต้องใช้แรงงานของเขาก็ให้หวังได้ว่าในการใช้แรงงานหรืองานใช้แรงนั้น เขาจะต้องมีฝีมือพิเศษอะไรสักอย่างหนึ่งแน่นอน อย่างไม่มีอะไรเลย เขาอาจจะเป็นช่างไม้ที่เยี่ยมที่สุดที่คาดไม่ถึงก็ได้ ถ้ารู้จักใช้เขาและใช้ให้เป็น ลูกจ้างชาวราศีกันย์นี่แหละที่จะทำให้นายจ้างที่ดีประสบความสำเร็จ 
ยกเว้นแต่ว่าลูกจ้างประเภทนั้นจะเกิดมาภายใต้อิทธิพลในด้านลบของราศีนี้เท่านั้น เขาจะทำให้นายจ้างกระอักเลือดได้ทุกเวลา ถ้าไม่โกหกหลอกลวงสะบั้น ก็คดในข้องอในกระดูก พอที่จะทำให้นายจ้างวอดวายได้เป็นแถบๆไปทีเดียว!


ลูกจ้างราศีตุลย์ (17 ตุลาคม-17 พฤศจิกายน)

คำจำกัดความ "ไม่ว่าเกิดปีใดๆ อ่อนโยน ใจเย็น มองโลกในแง่ดี มีความยุติธรรม" 
เขาอาจจะเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงมาก ใครๆก็ชอบคบหาสมาคมกับเขาและชอบพูดคุยกับเขา แต่ความจริงแล้ว เขาจะรับผิดชอบงานที่เขาได้รับมอบหมายอย่างจริงจัง และทำมันจนเสร็จเป็นชิ้นๆไป โดยที่ไม่ยอมเข้าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นและงานของคนอื่นเป็นอันขาด  เขาเป็นคนมีมารยาทอย่างมากต่อการงานของคนอื่น  ถ้าไม่ขอร้องหรือไม่ไหว้วานแล้วเขาจะทำงานของเขาไปเงียบๆ  แต่ถ้าจะใช้งานลูกจ้างราศีตุลให้เป็นประโยชน์ที่สุดก็คืองานที่มีคนร่วมกันมากๆ หรืองานที่ต้องการความร่วมมือร่วมใจมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  เขาสามารถจะเข้าไปร่วมงานกับคนทุกคนได้อย่างน่าประหลาด ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะมีความแตกต่างกันในด้านความคิด อารมณ์ มากน้อยสักเพียงใดก็ตาม ลูกจ้างชาวราศีตุลสามารถจะเข้าไปประสานความขัดแย้งได้อย่างน่าฉงน ไม่มีอะไรมากไปกว่าความจริงใจที่เขามีต่อคนอื่น เขาจะแสดงความรัก ความเป็นกันเอง ความมีมนุษยธรรม และความกระตือรือร้น ไม่อวดโตวางก้ามกับใครในหมู่พวกซึ่งทำให้เขาได้รับความร่วมมือโดยธรรมชาติ 
เขาไม่ต้องกาารงานที่หยาบหรืองานที่ต้องใช้กำลัง หรืองานที่ต้องใช้สมองแต่เพียงอย่างเดียว ตรงข้าม งานอะไรก็ได้ที่มีความละเอียดอ่อนที่เขารู้สึกว่ามันทำให้เขาเห็นความงามหรือความละเมียดละไมของมัน เขาจะทำได้เป็นอย่างดี เขาอาจจะเป็นช่างตัดผมแต่งผม นักออกแบบ คนตัดเสื้อ หรือแม้แต่สถาปนิก จิตรกร ซึ่งมันก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังกายมาก และในทำนองเดียวกัน ก็ไม่ต้องใช้สติปัญญามาก จะใช้มากก็เพียงรสนิยมหรือความรูสึก ซึ่งลูกจ้างชาวราศีตุลจะใช้คุณสมบัติทางความรู้สึกของเขามองหาแง่มุมจัดทำ และตกแต่งให้มันมีความหมายที่คาดไม่ถึงขึ้นมาจนได้ ถ้าจะให้เขาไปตีเหล็ก ทำมีด หรือนั่งเขียนหนังสือบนโต๊ะซึ่งไม่มีรสมีชาติเป็นวันเป็นคืนเขาจะไม่มีวันทำได้ดี แต่หากใช้เขาไปทำกระเป๋าถือหรือจัดดอกไม้แต่งบ้าน อะไรต่ออะไรที่มันเกี่ยวกับความงามแล้ว เขาจะสามารถทำได้ หรือถ้าในกลุ่มคนที่มีความขัดแย้ง กำลังจะฆ่ากันตายอยู่รอมร่อ ถ้าให้เขาเป็นคนกลางเข้าไปเจรจาติดต่อเพื่อหาทางระงับความขัดแย้งนั้นโดยสันติวิธีแล้วเขาจะทำได้โดยไม่ยากนัก 
อย่าไปดุด่าว่าอะไรเขาหรืออย่าไปเต้นแร้งเต้นกาใส่เขา เพราะเขาจะเฉยเมยหรือดูถูกอยู่ในใจว่า เจ้านายของเขากำลังจะบ้าหมดสติ เขาจะไม่โต้ตอบ แต่เขาจะรอจนกระทั่งเจ้านายของเขาหมดอารมณ์บ้าๆนั่นแล้ว เขาจึงจะพูดและจะทำอะไรต่อไป และถ้าจะข่มขู่เขาว่าท่านจะต้องไล่เขาออกจากงานแล้ว อย่าพูดเป็นอันขาดเพราะเขาจะไม่แคร์หรือไม่สนใจมันมากเท่าใดนัก เนื่องจากว่าการทำงานของเขาไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งมุ่งแต่เงินหวังที่จะก่อร่างสร้างตัว ด้วยการทำงานลูกจ้างชาวราศีตุลส่วนมากจะนึกถึงความพอใจก่อนที่จะนึกถึงเงิน งานอะไรก็ได้ที่ทำให้เขาพอใจและได้เงินมาบ้าง  ไม่ใช่งานที่ได้เงินมาบ้างแล้ว เขาไม่พอใจที่จะทำหรือไม่มีรสมีชาติ เขาถือว่าเงินนั้นสามารถจะหาได้ทุกแห่งในโลกนี้ ตราบใดที่เขายังเป็นเขาเพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนจะเข้าที่ไหนเขาสามารถจะเข้าได้และสามารถจะทำได้ด้วยความรับผิดชอบอย่างดี  เขาเชื่อเสมอว่าไม่มีใครที่จะไม่จ้างเขาหรือไม่ต้องการเขา เพราะเขาจะไม่เคยเกกับใคร และไม่เคยใช้อารมณ์กับใครและไม่ยอมทำงานของใครให้เสียหาย เขาเป็นคนที่ปกครองง่ายและพูดกันได้โดยง่าย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมหรือแง่มุมอะไรมากนัก ถึงจะไม่ไล่เขาออก เขาก็มักจะออกจากงานที่สิ่งแวดล้อมไม่อบอุ่นหรือไม่เป็นมิตร เพราะฉะนั้นในวงการของนักเลงหรือเอะอะมะเทิ่ง หรือก้าวร้าวเหิมเกริมขาดไมตรีจิตมิตรภาพ เขาจะทำไม่ได้และไม่ยอมทำงานเป็นอันขาด เขาจะไม่ทนต่อความไม่นุ่มนวลของสิ่งแวดล้อมและผู้คนที่มีลักษณะหยาบคาย กระด้าง หรือกักขฬะ 
ยกเว้นลูกจ้างชาวราศีตุลที่เกิดมาภายใต้อิทธิพลของด้านลบ ซึ่งยากที่จะจ้างเขาได้อยู่แล้วโดยธรรมชาติ เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ชอบงาน และร่วมอะไรกับใครไม่ได้ เขาจะใช้อารมณ์ที่ค่อนข้างหงุดหงิดและมองโลกในแง่ร้ายมาเป็นเครื่องมือ ไม่เห็นความดีของคนอื่นไม่มียุทธวิธีและส่วนใหญ่ก็มักจะโง่เขลาเกินขอบเขต เขาจะทำงานกับใครไม่ได้ทนไม่ว่าจะผิดหรือถูก งานที่ละเอียดประณีตเขาจะทำไม่ได้ เขาจะไม่ยอมอยู่ในระเบียบข้อบังคับ ทุกอย่าเขาจะเอาใจตัวเองเป็นสำคัญ และลูกจ้างประเภทนี้ก็มักจะเกาะคนอื่นกินมากกว่าทำงานด้วยตนเอง!


ลูกจ้างราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน- 15 ธันวาคม)

คำจำกัดความ "ดูจากภายนอกชาวพิจิกเป็น คนเปิดเผย โผงผาง แต่แท้จริงซ่อนความเร้นลับไว้ อย่างมิดชิด เชื่อมั่นในตัวเองสูง และมีสัญชาตญาณในการปกป้องตัวเองสูง"
อย่างเจ็บปวดและเยือกเย็น หรืออาจจะทำในลักษณะที่คนมองไม่เห็นหรือจับไม่ได้ว่านั่นคือการแก้แค้นของเขา  เมื่อเขาเกิดมาเป็นลูกจ้าง แน่นอนที่สุดเขาจะยอมรับสภาพลูกจ้างโดยไม่ปริปาก ใช้เขาไปเถอะ ตามข้อตกลงที่ตกลงกับเขา เขาพร้อมที่จะทำตามข้อตกลงนั้นทุกประการ ใช้เขาได้ทุกเรื่องทุกกรณี ตราบใดที่เขายังอยู่ในข้อตกลงนั้น  เขาเป็นคนมีอารมณ์ ยอมอะไรง่ายๆไม่ได้ ดื้อดึงและชอบเอาเรื่อง เขาจึงเหมาะสำหรับทำงานประเภทที่ต้องสไตรค์หรือกบฏต่อผู้จ้างหรือเจ้านายเสมอ แต่นั่นหมายความว่าเจ้านายหรือผู้จ้างเริ่มต้นทรยศกับเขา ไม่ซื่อกับเขาหรือละเมิดข้อตกลงกับเขา เขาจะยอมไม่ได้เป็นอันขาด แต่ตราบใดที่ยังทำตามข้อตกลงนั้นอยู่ นั่นแสดงถึงว่านายจ้างมีความจริงใจ มีน้ำใจ เขาจะยอมรับความจริงใจและความมีน้ำใจนั้นเป็นเครื่องผูกพันที่มีค่า และเขาก็คงจะทำงานให้อย่างทุ่มเทและด้วยความสามารถทุกอย่างที่เขามี ตราบใดที่ข้อตกลงยังเป็นข้อตกลงอยู่ เขาจะเคารพการตกลงนั้นตลอดไป เขาจะไม่หาเหตุหรือไม่ยอมอ้างสาเหตุใดๆเพื่อก่อความยุ่งยากให้เจ้านายของเขาเป็นอันขาด แม้ว่าสิ้นปีเขาจะไม่ได้โบนัสแม้แต่บาทเดียวหรือรอยยิ้มจากนายจ้าง เขาก็จะไม่เรียกร้อง เพราะค่าจ้างที่ตกลงกันไว้เป็นเรื่องเป็นราวนั้นเขาก็ได้ตามนั้นเขาก็พอใจแค่นั้น 
งานทุกอย่างที่มอบให้เขาทำ อย่าไปห่วงว่าเขาจะอู้หรือทำชุ่ยๆ เพื่อให้เสร็จสิ้นไปวันหนึ่งๆ มิใช่เช่นนั้น ลูกจ้างราศีพิจิกจะทำอย่างสุดฝีมือ โดยไม่คิดถึงว่าเขาจะเสียเปรียบ หรือได้เปรียบนายจ้าง แม้ว่าจะนำงานนั้นมาทำที่บ้านของเขาเป็นการล่วงเวลาเขาจะไม่บ่นไม่พูด  กับนายจ้างหรือคนร่วมงานที่คุยกันเอะอะเฮฮา หรือจับกลุ่มกันพักผ่อน ลูกจ้างชาวราศีพิจิกจะไม่ค่อยเข้าไปยุ่งหรือจะเสนอหน้าเจ้านายเป็นอันขาด เขามีธุระของเขา เขามีงานที่จะต้องทำ และถ้าเจ้านายคนใดหวังการประจบสอพลอหรือคำยกย่องชมเชยจากเขาจะผิดหวัง เขาจะไม่เอ่ยปากใดๆเป็นอันขาด  เจ้านายบางคนที่รุ่มร่ามชอบดุชอบด่าลูกจ้างหรือดูถูกคน ลำบากสักหน่อยสำหรับลูกจ้างชาวราศีพิจิก เพราะถ้าหากด่าว่าหรือตำหนิเขาทุกเช้าทุกเย็น เขาจะนิ่ง ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา นอกจากนิ่งฟังหรืออย่างดีก็ยักไหล่ เขาไม่แสดงว่าถือสา ความจริงเปล่าเลย เขาถือว่าเขาถูกจ้างมา เขารับได้ เขาทนได้เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องทน เพราะฉะนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องไปโต้เถียงหรือแสดงความคิดเห็นต่อนายจ้าง  นายจ้างบางคนอาจจะได้ใจ จะข่มขู่คุกคามและใช้วิธีการแบบนั้นเรื่อยไปก็ได้ และถ้าวันไหนเขารู้สึกว่าเขาทนไม่ได้ขึ้นมาแทนที่เขาจะพูดจะเถียง เขาอาจจะหักคอเอาง่ายๆโดยไม่บอกไม่กล่าว ที่จะให้ทำเพียงเบาๆ เพียงหลาบจำเขาจะไม่ทำ ถ้าทำต้องเอากันให้คางเหลืองหรือจำไปชั่วชีวิตทีเดียว 
นั่นคือวิธีการของลูกจ้างชาวราศีพิจิก แต่ถ้านายจ้างมีความจริงใจ ที่เขามีความรู้สึกว่าเป็นมิตร ถ้าหากว่านายจ้างเกิดมีเรื่องร้ายอะไรขึ้น ท่ามกลางคนที่แวดล้อมแสดงความเห็นอกเห็นใจ จะไม่เห็นหน้าเขา แต่เมื่อไม่มีใครแล้วเขาจะเข้าไปหา และบอกว่าเขาจะจัดการล้างแค้นให้และเขาพร้อมที่จะตายแทนได้ทันที ถ้านายจ้างถูกศัตรูที่ไหนเล่นงานมาสดๆร้อนๆ ศัตรูของนายจ้างรายนั้นต้องระวังตัวสักหน่อย เพราะลูกจ้างชาวราศีพิจิกจะยอมให้นายเขาขาดทุนไม่ได้ ไม่อย่างใดอย่างหนึ่ง เขาจะต้องทำเพื่อหักหนี้ ซึ่งมันอาจจะรุนแรงที่สุดอย่างที่ใครไม่คาดหมายก็ได้   เขาจริงจังและจริงใจเสมอกับคนที่จริงใจกับเขา! 


ลูกจ้างราศีธนู (16 ธันวาคม-15 มกราคม)

คำจำกัดความ "ไม่ว่าเกิดปีใดๆ คนราศีนี้อยู่กับความจริง ชอบพูดจริง หนักแน่น ตัดสินใจช้า แต่รอบคอบใจกว้างและมีคุณธรรมสูง" 
ในธุรกิจการงานของคนเราที่ทำงานคนเดียวไม่ได้ จำเป็นอยู่เองที่จะต้องอาศัยคนอื่นทำงานให้งานที่ต้องใช้คนอื่นนั้น ถ้าไม่มีผลดีที่สุดก็จะต้องเลวที่สุด พูดง่ายๆเจ้าของงานจะเจ๊งหรือไม่เจ๊งนั้น อยู่ที่คนทำ คนที่ทำนั้นได้แก่ลูกจ้าง ลูกจ้างดีงานก็ดี งานดีก็ไม่เจ๊ง เพราะฉะนั้น ปัญหาเรื่องลูกจ้างหรือคนงานจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับนายงานและนายจ้างในสมัยปัจจุบันนี้ การมีลูกจ้างดีสำหรับนายงานทุกวันนี้ก็ถือว่ามีโชค แน่นอนทีเดียว ลูกจ้างชาวราศีธนูจะเป็นลูกจ้างที่ดีประเภทหนึ่งในบรรดาลูกจ้างทั้งหลาย ตามปกติ ลูกจ้างชาวราศีธนูไม่ถนัดนักเกี่ยวกับงานที่ต้องใช้กำลัง แต่ถ้าในยามจำเป็นหรือเขาไม่มีทางเลือก เขาจะต้องทำ เขาจะทำได้เป็นอย่างดีเฉพาะงานกลางแจ้งหรืองานเกี่ยวกับเลี้ยงสัตว์ ทำสวน เขาจะทำได้ดีมากเพราะมันเป็นงานที่เขาชอบ  ถ้าเป็นงานที่ใช้สมองเป็นงานที่มีปัญหาให้ต้องแก้แล้ว เขาจะสามารถทำได้อย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะเขาจะแก้ปัญหาแทนท่านได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวอะไรมากนัก เขาเป็นคนมีสติปัญญาและมีน้ำอดน้ำทนอย่างดี  จงใช้ความซื่อของเขา อย่าใช้งานที่จะต้องให้เขาโกง หรือทำหน้าที่เอาเปรียบคนอื่นหรือหลอกลวงคนอื่น งานประเภทนั้น เขาจะทำไม่ได้ หรือถ้าทำไปจะเสียงานทันที เพราะเขาโกหกไม่เป็นและไม่สามารถจะโกหกให้คนอื่นเชื่อได้อย่างมีชั้นมีเชิง เขาจะทำงานทื่อๆอย่างตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับนายจ้าง เขาอาจจะไม่ต้องการคำยกย่องชมเชยหรือคำมั่นสัญญาใดๆจากนายจ้าง เมื่อเขาทำงานให้เขาต้องการเพียงสิ่งเดียวคือเงินตามข้อตกลง 
การตกลงกับเขาต้องแน่นอน เช่นเดียวกับเขาโกหกคนอื่นไม่เป็น เขาก็ไม่ต้องการให้คนอื่นโกหกเขาด้วย ในฐานะที่เป็นราศีธาตุไฟและอยู่ใต้อิทธิพลของราศีประเภทนี้ เขาจะเป็นคนใจร้อนและทำงานอย่างรีบร้อนฉับไว นั่นคือความผิดพลาด หรืออาจจะเป็นที่มาแห่งความผิดพลาดได้ง่าย อย่าวู่วามในการลงโทษหรือตำหนิเขา เขารู้อยู่เต็มอกและชอกช้ำใจอย่างมากอยู่แล้วที่เขาทำงานพลาด เขาพร้อมที่จะแก้ตัวใหม่และสำแดงฝีมือใหม่ เพราะฉะนั้น ค่อยพูดค่อยจากับเขา เขาจะทำงานแก้ตัวได้อย่างดีที่สุดและได้ผลมากที่สุด ถ้าเขาเป็นตัวแทนหรือเซลส์แมน มอบแนวนโยบายและสินค้าที่ดีให้แก่เขา และปล่อยให้เขาใช้เวลาทดลองสักพัก เขาจะทำประโยชน์ให้ได้มากอย่างไม่คาดหมายทีเดียว เพราะเขามีวิธีของเขาในการติดต่อกับคนหรือในช่องทางที่จะไปทำมาหากิน เขาอาจจะช้าและยอมเสียเวลาอยู่บ้างก็ตรงการวางแผนนี้เอง งานที่ต้องการความไว้วางใจ ต้องใช้ลูกจ้างชาวราศีธนู เขาจะไม่ทำให้เสียหายไม่ว่าจะโดยตัวเขาเองหรือยอมให้คนอื่นทำ ถ้าจะใช้เขา จะต้องมอบความไว้วางใจให้เขามาก อย่าระแวงสงสัย หรือหมิ่นเหม่ไปว่าเขาจะมีความไม่ซื่อสัตย์สุจริตอะไรต่อท่าน ถ้าหากเขารู้สึกขึ้นมาว่าท่านจะคิดอย่างนั้น เขาจะยอมไม่ได้ อารมณ์ของเขาจะระเบิดขึ้นมาทันที ถึงไหนถึงกันทีเดียว เพราะเขาถือว่าสบประมาทความเป็นคนของเขาเข้าอย่างจัง 
อย่าคิดว่าเขาเป็นคนกลัวนายจ้าง หรือจะหงอกับนายจ้างทุกคราวไป เขาจะยอมรับใช้หรือทำงานอยู่ด้วยเหตุด้วยผลหรือมองเห็นคุณธรรมความดีของนายจ้างเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อเงินอย่างเดียว เพราะฉะนั้นถ้านายจ้างคนใดแสดงพฤติกรรมในทางไม่ชอบมาพากลออกมาให้เขาเห็น เขาจะเหยียดหยามและหลีกหนีทันที ไม่ว่าเขาจะไปทำงานที่ไหน เขาจะไปทำด้วยความเชื่อมั่นในความสามารถและในฝีมือที่เขามีอยู่ เพราะฉะนั้นเขาต้องการนายจ้างที่รู้จักคุณค่าของฝีมือเขา และต้องไม่เอารัดเอาเปรียบเขา ถ้าผิดไปจากนั้น เขาพร้อมที่จะประกาศว่า เราจะต้องเลิกคบกัน!
           
หมายเหตุ ทั้ง 12 ราศีที่กล่าวมาแล้วนั้นในการทำนายนั้นนอกจากจะใช้ระยะเวลาที่อาทิตย์โคจรผ่านราศีเป็นตัวกำหนดราศีแล้ว ผู้ที่มีดวงชะตาที่ผูกไว้แล้วมีลัคนาเกิดที่แน่นอนก็ให้ใช้ลัคนาเกิด หรือราศีที่ลัคนาเกิดนั้นเป็นหลักสำหรับการทำนายอีกชั้นหนึ่งด้วยจะทำให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น หมายความว่านอกจากจะใช้อาทิตย์ในเวลาเกิดเป็นหลักสำหรับกำหนดราศีเกิดแล้ว ยังใช้ลัคนาเกิดมาใช้ดูประกอบได้อีกด้วย หรือใช้ทั้งสองประการรวมกัน



เป็นอย่างไรบ้างครับ หลังจากเรียนรู้ลักษณะเฉพาะบุคคลมาครบแล้วทั้ง 12 ราศี คราวนี้ท่านเจ้าของกิจการและหัวหน้างานทุกท่านคงจะพอมีข้อมูลคร่าวๆ เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจมอบหมายกิจการงานใดๆให้กับใครคนใดคนหนึ่งได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น หรือจะใช้เป็นเครื่องมือประกอบในการเฝ้าสังเกตุดูบุคคลใต้บังคับบัญชาของท่าน ว่าเป็นไปตามคำทำนายหรือไม่ ถ้าบังเอิญตรงกับคำทำนาย ท่านจะทำอย่างไร ที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เขามีและทำมันได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรของท่านอย่างสูงสุด แต่ถ้าไม่ตรงตามคำทำนาย ท่านจะมีวิธีการแก้ไขปรับปรุงเขาอย่างไร หรือหางานที่เขาเต็มใจทำและสามารถทำมันได้ดีได้อย่่างไร ข้อนี้เป็นปัญหาที่ท่านเจ้าของกิจการและหัวหน้างานทั้งหลายต้องเก็บไปคิด ไปทบทวนแล้วหละครับ ไม่แน่นะ ในใบสมัครงานที่บริษัทของคุณอาจจะต้องเพิ่มคำถามเกี่ยวกับ วัน เดือน ปีเกิด ด้วยก็เป็นไปได้... 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.manager.co.th 


ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.rojn-info.com